ห่วงโซ่คุณค่าของโอสถสภา

โอสถสภาดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยมีกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และ 3) กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม ส่วนธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (OEM) ด้วยบริบทความหลากหลายในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน เพื่อเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

upstream operations downstream
กิจกรรมหลัก
การจัดหาวัตถุดิบ
  • จัดหาวัตถุดิบเพื่อผลิต
  • นำเข้าสินค้าสำเร็จรูปเพื่อจำหน่าย
  • ขนส่งวัตถุดิบสู่โรงงาน และขนส่งสินค้าสำเร็จรูปสู่คลังสินค้า
การผลิต
  • ผลิตสินค้าแบรนด์ของบริษัทฯ และสินค้าที่รับจ้างผลิต
  • วิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ ปรับปรุงสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความตลาดและต้นทุน
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
การกระจายสินค้า
  • จัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าในคลัง และการบริหารจัดการสินค้า
  • ขนส่งสินค้าระหว่างโรงงาน คลัง และศูนย์กระจายสินค้า
การตลาดและการขาย
  • การทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • ศึกษาตลาดและผู้บริโภคโดยใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
การจัดการบรรจุภัณฑ์
  • การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนผ่านการนำกลับมาใช้ซ้ำและการรีไซเคิล
การจัดการของเสีย
  • การบริหารจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตหรือกิจกรรมทางธุรกิจ
ผลกระทบและผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ
การจัดหาและบริหารคู่ค้าอย่างยั่งยืนช่วยลดมลพิษ ลดทรัพยากร และสนับสนุนแรงงานที่เป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน หากมุ่งเพียงต้นทุนและขาดการกำกับดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพ การละเมิดสิทธิ และความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน การทำงานกับคู่ค้าที่มีมาตรฐานความยั่งยืนสูงช่วยลดความเสี่ยง ลดมลพิษ และเสริมความน่าเชื่อถือ การผลิต นวัตกรรม และ R&D หากควบคุมไม่ดีอาจเพิ่มมลพิษ ของเสีย การเรียกคืนสินค้า ค่าปรับ และการหยุดชะงัก กระทบรายได้และความเชื่อมั่นลูกค้า การใช้วัตถุดิบไม่ยั่งยืนอาจก่อความเสี่ยงทางอ้อม เช่น ตัดไม้ทำลายป่า ใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น และปัญหาแรงงาน กระทบสิทธิในการทำงานและสุขภาพ บริหารคลังและโลจิสติกส์ที่ดีช่วยลดของเสีย ลดใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น และลดการปล่อยก๊าซจากขนส่ง แผนจัดเก็บและเส้นทางเหมาะสมช่วยคุมต้นทุน ลดเสี่ยงสินค้าขาด/ล้น และเพิ่มประสิทธิภาพ ยังช่วยลดอุบัติเหตุ และผลกระทบต่อสุขภาพ ตลอดถึงสิทธิชีวิตและการทำงาน การสื่อสารการตลาดที่ไม่โปร่งใส เกินจริง อาจกระทบชื่อเสียงและความเสี่ยงด้านกฎหมาย ตลอดจนการปกป้องรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่ต้องปกปิด หากไม่มีระบบการและเทคโนโลยีที่ดี อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหล อาจกระทบต่อชื่อเสียงและความเสี่ยงด้านกฎหมาย บรรจุภัณฑ์ที่เกินจำเป็นหรือรีไซเคิลไม่ได้เพิ่มมลพิษพลาสติกและรอยเท้าสิ่งแวดล้อม กระทบสุขภาพและทรัพยากรขาดแนวปฏิบัติยั่งยืนอาจทำให้ต้นทุนและความเสี่ยงด้านกฎหมาย/ค่าปรับสูงขึ้น จึงควรออกแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสอดคล้องสิทธิด้านความปลอดภัยในการทำงาน การจัดการของเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพเพิ่มความเสี่ยงมลพิษ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในเชิงธุรกิจอาจนำไปสู่ค่าปรับ ต้นทุนกำจัดสูงขึ้น และพลาดโอกาสลดต้นทุนผ่านรีไซเคิลหรือ waste-to-value และยังเกี่ยวข้องกับสิทธิด้านสุขภาพและสิทธิในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
คู่ค้า, ชุมชน พนักงาน, ชุมชน, หน่วยงานกำกับดูแล พนักงาน, ชุมชน ผู้บริโภค, ชุมชน ผู้บริโภค, คู่ค้า, ชุมชน พนักงาน, ชุมชน, หน่วยงานกำกับดูแล
การสร้างคุณค่า
ห่วงโซ่อุปทานยั่งยืน, การจัดการด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า, นวัตกรรม, บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน, การจัดการน้ำ การจัดการด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ การสื่อสารการตลาดอย่างรับผิดชอบ, สุขภาพและสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน การจัดการของเสีย
ธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง, การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการปฏิบัติต่อแรงงาน, สิทธิมนุษยชน, การสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเป็นอย่างยิ่ง โดยถือว่าเป็นกระบวนการสำคัญที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะ ความคาดหวัง ความคิดเห็นเชิงบวกและข้อกังวลผ่านกิจกรรมและช่องทางสื่อสารต่างๆ ที่หลากหลาย โดยบริษัทฯ จะรวบรวมประเด็นสำคัญ และประเมินร่วมกับกลุ่มตัวแทนจากหลายฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน ตลอดจนการตอบสนองต่อข้อคิดเห็นและความคาดหวังอย่างเหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม

บริษัทฯ จัดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 6 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าและผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ พนักงาน และชุมชน โดยพิจารณาถึงบุคคลหรือองค์กรทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม จากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ