โอสถสภาตระหนักดีว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว คณะกรรมการบริษัทของเรามุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความซื่อตรง ความโปร่งใส และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เราปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การยึดมั่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย แต่ยังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับองค์กรอีกด้วย

บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานและนโยบายบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณทางธุรกิจใน https://www.osotspa.com/th/about-us/governance โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับ

  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • กฎบัตร
  • จรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • นโยบายการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
  • เอกสารสำคัญของบริษัทฯ เช่น ข้อบังคับบริษัทฯ หนังสือรับรองบริษัทฯ เป็นต้น

การบริหารจัดการด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ เป็นธรรม และโปร่งใส โดยถือว่าประเด็นด้านการทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบนเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวโดยเด็ดขาด และได้ประกาศเจตนารมณ์ ในการเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุริตคอรรัปชัน (CAC) ตั้งแต่ปี 2567

บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการกำหนดแผนบริหารความเสี่ยง และการรายงานผลการบริหารความเสี่ยง ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) เป็นรายไตรมาส ตลอดจน ส่งเสริมให้พนักงานผู้มีส่วนได้เสียภายในและภายนอกบริษัทฯ สามารถรายงานการประพฤติมิชอบที่เกี่ยวข้องกับทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบนได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.osotspa.com/th/about-us/governance/whistleblowing-form หรือทางอีเมล hotline@osotspa.com หรือโทร 02-351-1034 โดยเป็นช่องทางที่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อสื่อสารได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน บริษัทฯ จะมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้รายงาน

บริษัทฯ จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบนในทุกรูปแบบที่ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมาย แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านการเงิน ชื่อเสียง และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียอีกด้วย โดยกำหนดให้การอบรมนี้อยู่ภายใต้หัวข้อจรรยาบรรณทางธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยผู้บริหารและพนักงานเข้ารับการอบรมผ่านระบบ e-learning พร้อมทั้งลงนามรับทราบข้อกำหนดจรรยาบรรณทางธุรกิจทุกราย (100%) ซึ่งรวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและคู่ค้าหลักรายสำคัญอีกด้วย โดยในปี 2568 มีผู้บริหารและพนักงานบริษัทฯ เข้ารับการอบรม 100% นอกจากนี้ กรรมการทุกท่านได้ลงนามรับทราบข้อกําหนดจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) ตามแบบฟอร์มที่บริษัทจัดทําขึ้น

ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดนโยบายและแนวปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงจรรยาบรรณทางธุรกิจในปี 2568 มีรายละเอียด ดังนี้

หัวข้อ จำนวนข้อร้องเรียน (เรื่อง) อยู่ระหว่างการสืบสวน (เรื่อง) ดำเนินการเสร็จสิ้น (เรื่อง)
พิสูจน์ว่าผิด/ ฝ่าฝืนจริง พิสูจน์วาไม่มีมูลตามข้อร้องเรียน
การทุจริตคอร์รัปชัน หรือ การติดสินบน 33 0 31 2
การเลือกปฏิบัติ หรือ การล่วงละเมิด 1 0 1 0
การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 0 0 0 0
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 0 0 0 0
การฟอกเงิน หรือ การใช้ข้อมูลภายใน 0 0 0 0
การปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างไม่รับผิดชอบ 0 0 0 0
รวม 34 0 33 2

โอสถสภาดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายภายในที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม แรงงานและสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จริยธรรมทางธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครัด โดยอ้างอิงจากระบบติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อมูลภายในของบริษัทในรอบระยะเวลารายงาน บริษัทฯ ไม่มีกรณีการเสียค่าปรับ หรือได้รับบทลงโทษทางกฎหมายจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่มีนัยสำคัญในประเด็นดังกล่าว และไม่มีคดีความ การดำเนินคดี หรือมาตรการบังคับใช้ทางกฎหมายที่มีนัยสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนต่อบริษัทฯ

การเข้าร่วมและสนับสนุนสมาคมและกิจกรรมเชิงนโยบายสาธารณะ

โอสถสภากำหนดให้การเข้าร่วม การต่ออายุสมาชิก หรือการให้การสนับสนุนสมาคมการค้า สมาคมอุตสาหกรรม องค์กรวิชาชีพ หอการค้า หรือองค์กรที่มีบทบาทในการมีส่วนร่วมเชิงนโยบายสาธารณะ รวมถึงกิจกรรม lobbying หรือการสื่อสารกับหน่วยงานภาครัฐ ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ หลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายความยั่งยืน และเป้าหมายด้านความยั่งยืน รวมถึงจุดยืนและเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามความตกลงปารีส (Paris Agreement)

ก่อนการเข้าร่วมหรือให้การสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ จุดยืนเชิงนโยบาย กิจกรรม และประวัติการดำเนินงานของสมาคมหรือองค์กรดังกล่าวกับหลักการของโอสถสภา ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน การไม่เลือกปฏิบัติ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และความสอดคล้องกับจุดยืนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ และเป้าหมายของความตกลงปารีส

กรณีที่พบความเสี่ยงหรือความไม่สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณามาตรการที่เหมาะสม เช่น การขอข้อมูลเพิ่มเติม การกำหนดเงื่อนไขก่อนเข้าร่วม การติดตามและทบทวนเป็นระยะ การสื่อสารจุดยืนของบริษัทฯ ต่อสมาคม การยกระดับประเด็นให้ผู้บริหารพิจารณา หรือการไม่เข้าร่วม ไม่ต่ออายุ หรือยุติการสนับสนุนสมาคมหรือกิจกรรมนั้น ทั้งนี้ เพื่อให้การมีส่วนร่วมเชิงนโยบายสาธารณะของบริษัทฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และสอดคล้องกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขั้นตอนการประเมินและการอนุมัติการสนับสนุนและเข้าร่วมสมาคม

1
หน่วยงานรัฐกิจสัมพันธ์ และความยั่งยืน
วิเคราะห์และประเมินข้อมูลของสมาคมหรือกิจกรรมเชิงนโยบายสาธารณะก่อนการเข้าร่วม การต่ออายุ หรือการให้การสนับสนุน โดยพิจารณาวัตถุประสงค์ จุดยืนเชิงนโยบาย กิจกรรม ประวัติด้านจริยธรรมธุรกิจ และความเสี่ยงด้าน ESG รวมถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะทำงานด้านความยั่งยืน
2
คณะทำงานด้านความยั่งยืน
กลั่นกรองและสอบทานความสอดคล้องของสมาคม กิจกรรมเชิงนโยบายสาธารณะ และกิจกรรม lobbying กับนโยบายและพันธสัญญาของบริษัทฯ ครอบคลุมประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การต่อต้านคอร์รัปชัน สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน การกำกับดูแลกิจการ และความเสี่ยงด้าน ESG อื่น ๆ พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหรือผู้มีอำนาจอนุมัติที่เกี่ยวข้อง
3
คณะกรรมการบริหาร
อนุมัติการเข้าร่วม การต่ออายุ หรือการให้การสนับสนุนสมาคมและกิจกรรมเชิงนโยบายสาธารณะที่มีนัยสำคัญ พร้อมกำกับดูแลให้การมีส่วนร่วมดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ หลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณธุรกิจ พันธสัญญาด้าน ESG และจุดยืนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ รวมถึงเป้าหมายของความตกลงปารีส

การกำกับดูแลด้านภาษี

กลุ่มโอสถสภายึดมั่นในการเป็นผู้เสียภาษีที่ให้ความร่วมมือ มีความรับผิดชอบ และดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมายภาษีในทุกประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯ ไม่เพียงมุ่งมั่นปฏิบัติตามกฎหมายประมวลรัษฎากรของประเทศไทยและกฎหมายภาษีนอกอาณาจักรเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

บริษัทฯ กำหนดให้รายการระหว่างบริษัทในกลุ่มหรือกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันเป็นไปตามหลักการราคาของค่าตอบแทนซึ่งคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกันพึงกำหนดโดยสุจริตในทางการค้า หรือ Arm’s Length Principle และเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายให้การเสียภาษีสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจตามปกติในแต่ละประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินงาน

ในการวางแผนภาษี กลุ่มโอสถสภาดำเนินการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ และข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจของธุรกรรม โดยไม่ใช้โครงสร้างภาษี ธุรกรรมระหว่างประเทศ หรือการจัดโครงสร้างทางการเงินที่ไม่มีเหตุผลทางพาณิชย์หรือไม่มีสาระสำคัญทางเศรษฐกิจรองรับ เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ลดภาระภาษีอย่างไม่เหมาะสม หรือโยกย้ายมูลค่าทางเศรษฐกิจ กำไร หรือรายได้ที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจตามปกติออกจากประเทศที่มูลค่าทางธุรกิจเกิดขึ้นจริง ไปยังประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่มีอัตราภาษีต่ำอย่างมีนัยสำคัญ เขตอำนาจศาลที่ไม่เปิดเผยข้อมูล หรือ tax havens

โอสถสภามีความรับผิดชอบในการบริหารด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินการด้านภาษีอย่างรับผิดชอบเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กร การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ และการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ อาจใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมายและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุน และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี โดยต้องมีสาระทางเศรษฐกิจ เหตุผลทางธุรกิจ และเอกสารสนับสนุนที่เหมาะสม

การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภาษี

กลุ่มโอสถสภาบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภาษีภายใต้ระบบการกำกับดูแล การควบคุมภายใน และการกำกับการปฏิบัติงานของบริษัทฯ เพื่อให้การดำเนินงานด้านภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับกฎหมายภาษี ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในทุกประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จัดให้มีการประเมิน ติดตาม และกำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงด้านภาษีอย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีการรายงานประเด็นภาษีที่มีนัยสำคัญและความคืบหน้าของมาตรการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของโอสถสภา

กลุ่มบริษัทฯ จัดสรรทรัพยากร บุคลากร และกระบวนการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามภาระผูกพันด้านภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดทำเอกสารและข้อมูลประกอบที่เหมาะสมสำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง หากมีประเด็นภาษีที่มีความซับซ้อนหรือมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะพิจารณาขอคำแนะนำจากหน่วยงานภาษีที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ แนวทางการกำกับดูแล และกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ขั้นตอนการยกร่างจนถึงการมีผลบังคับใช้ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ และปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการภาษีให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์ด้านภาษี

โอสถสภามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และเจตนารมณ์ของกฎหมายด้านภาษีในทุกประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ถือว่าการบริหารจัดการภาษีอย่างรับผิดชอบเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและภูมิภาคที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินงาน

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นในการบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย นโยบายด้านภาษี และหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม