ผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
0 กรณี
ผลการดำเนินงานปี 2568
ผู้เสียชีวิตจากการทำงานเป็น
0 กรณี
เป้าหมายปี 2568
0 กรณี
ผลการดำเนินงานปี 2568
การเจ็บป่วยจากการทำงานเป็น
0 กรณี
เป้าหมายปี 2568
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
พนักงานได้รับการเรียนรู้มาตรฐานการจัดการด้าน SHE ผ่านระบบ SHE E-Learning จำนวน
100%

หลักปฏิบัติด้านแรงงานของโอสถสภา (Code of Conduct)

โอสถสภาตระหนักดีว่าการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานโดยยึดตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ อนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Core Conventions) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โปร่งใสและเคารพในสิทธิของแรงงานในทุกขั้นตอน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ มีความบกพร่องทางร่างกาย ตลอดจนสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติด้านแรงงานแก่พนักงานทุกคนอย่างทั่วถึงและครอบคลุม

บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเปิดกว้างสำหรับพนักงาน พนักงานสัญญาจ้าง คู่สัญญา และแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรี ความเท่าเทียม คุณภาพชีวิต และโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกอบรม การส่งเสริมการเติบโตในสายอาชีพ และการพัฒนาภาวะผู้นำ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ร่วมมือและเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถปรึกษาผู้แทนบริษัทฯ และผู้เชี่ยวชาญ กรณีมีเหตุจำเป็นให้ต้องเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จะแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายเป็นอย่างน้อย

โอกาสที่เท่าเทียมกัน

โอสถสภาดำเนินนโยบายไม่เลือกปฏิบัติในทุกกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการว่าจ้าง การแต่งตั้ง และโยกย้ายตำแหน่งงาน โดยพิจารณาจากความสามารถ คุณสมบัติ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง รวมถึงการเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม โดยปราศจากอคติในด้านเชื้อชาติ เพศ สัญชาติ ศาสนา ความพิการ หรือสถานภาพสมรส

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน

โอสถสภาจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่พนักงานทุกคน โดยมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก และการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยระดับสากลอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน ISO 45001 อย่างเคร่งครัด

การปกป้องความเป็นส่วนตัวของพนักงาน

โอสถสภาเคารพในความเป็นส่วนตัวของพนักงาน โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เงินเดือน ประวัติสุขภาพ และสถานภาพครอบครัว หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

ค่าตอบแทน

โอสถสภามีนโยบายด้านค่าตอบแทนที่มั่นใจได้ว่าพนักงานได้รับค่าจ้างในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการครองชีพ ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด และสามารถจูงใจและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสำหรับงานที่มีมูลค่าเท่ากัน บริษัทฯ จะจ่ายค่าตอบแทนโดยเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกเพศ รวมถึงให้สิทธิรับค่าจ้างเต็มจำนวนในวันหยุดประจำปีและวันหยุดตามกฎหมาย

ชั่วโมงการทำงาน

โอสถสภาปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับชั่วโมงการทำงานสูงสุดและระยะเวลาพักอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ มีมาตรการเพื่อลดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาที่มากเกินไป และพนักงานทุกคนมีสิทธิได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์และประจำปีไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีช่วงพักที่เหมาะสม

การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ

โอสถสภายึดมั่นในสิทธิของแรงงานในการเลือกทำงานโดยสมัครใจ และมีนโยบายห้ามใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก หรือรูปแบบอื่นใดของการบังคับขู่เข็ญ การล่วงละเมิด หรือความรุนแรงในการจ้างงานอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันการใช้แรงงานเด็กและการคุ้มครองสิทธิเด็กในทุกกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าทุกรายต้องปฏิบัติตามคู่มือจริยธรรมและความยั่งยืน (Supplier Code of Conduct) ซึ่งระบุข้อห้ามในการใช้แรงงานเด็กอย่างชัดเจน

หลักการด้านแรงงานของโอสถสภาครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต้องปฏิบัติตาม “แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า” (Supplier Sustainability Code of Conduct) ของบริษัทฯ และคู่ค้าจะต้องรับทราบและลงนามในเอกสารดังกล่าวก่อนเริ่มทำธุรกิจกับโอสถสภา เพื่อให้แน่ใจว่ามีการดำเนินงานด้านแรงงานและสวัสดิการแรงงานอย่างเหมาะสมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ โอสถสภายังส่งเสริมสิทธิและคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวพนักงานอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการด้านสวัสดิการและการสนับสนุนทางสังคม อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงานนและการจัดให้ห้องให้นมบุตร (Lactation Room) เพื่อสนับสนุนคุณแม่ที่ทำงาน ซึ่งสะท้อนแนวปฏิบัติขององค์กรระดับสากลที่ให้ความสำคัญการคุ้มครองสิทธิเด็กและความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของพนักงาน

ในด้านการแสดงความรับผิดชอบและการปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภค บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ โดยระบุข้อความคำเตือนอย่างชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์และสื่อโฆษณาว่าเครื่องดื่มชูกำลังไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกกลุ่ม

การดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

โอสถสภามุ่งมั่นดำเนินการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ภายใต้กรอบมาตรฐาน ISO 45001:2018 โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงเชิงรุกการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด และระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมตามลักษณะงาน บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย เช่น อัตราการบาดเจ็บทุกประเภท (IR) และอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมทั้งออนไลน์และภาคปฏิบัติ รวมถึงระบบ SHE e-Learning เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กร

บริษัทในกลุ่มบริษัทโอสถสภา 6 โรงงานผ่านการทวนสอบตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ได้แก่

  • บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) โรงงานเครื่องดื่ม คลังสินค้า และสิ่งพิมพ์ อยุธยา
  • บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด (โรงงานแป้ง)
  • บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด (โรงงานของเหลว)
  • บริษัท สยามกลาสอยุธยา จำกัด
  • บริษัท สยามกลาส อินดัสทรี จำกัด โรงงานอยุธยา

อัตราการบาดเจ็บทุกประเภท - IR

(กรณี/ล้านชั่วโมงการทำงาน)

2564 2565 2566 2567 2568
พนักงาน 3.61 2.48 2.08 2.05 1.75
ผู้รับเหมา 2.20 1.39 0.59 0.20 1.00
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน - LTIFR (กรณี/ล้านชั่วโมงการทำงาน)
2564 2565 2566 2567 2568
พนักงาน 0.45 0.35 0.49 0.15 0.18
ผู้รับเหมา 0.79 0.62 0 0 0.25
การเสียชีวิตจากการดำเนินงาน (Fatality)
2564 2565 2566 2567 2568
พนักงาน 0 0 0 0 0
ผู้รับเหมา 0 0 0 0 0

โอสถสภาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานของพนักงานและคู่ค้า รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานร่วมกับบริษัท ผ่านการส่งเสริมสวัสดิภาพความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานด้วยกิจกรรมต่างๆ การดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยและมาตรฐานความปลอดภัยสากล การจัดอบรมและจัดให้มีช่องทางสื่อสารที่หลากหลาย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างชัดเจนเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในแต่ละระดับขององค์กร ตั้งแต่ฝ่ายบริหารจนถึงระดับปฏิบัติการ บริษัทฯ จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วนขององค์กร ทำหน้าที่กำหนดแนวทาง กำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

โอสถสภากำหนดให้ทุกโรงงานต้องดำเนินการระบุอันตรายและประเมินความความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการทำงานปกติ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงกิจกรรมหรือกระบวนการใหม่ก่อนเริ่มดำเนินการ โดยมีการทบทวนผลการประเมินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐาน ISO 45001 ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความรุนแรงของความเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดให้มีการสอบสวนอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุทุกกรณี โดยวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำอย่างเป็นระบบ

บริษัทฯ มีระบบสนับสนุนการบริหารจัดการความปลอดภัยโดยใช้ซอฟต์แวร์ด้านการจัดการความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (SHE-MS Software) มาใช้ตั้งแต่ปี 2562 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อข้อมูลการดำเนินงานด้าน SHE ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยแต่ละฝ่ายงานสามารถตรวจสอบและติดตามข้อมูลผ่าน SHE-MS Portal ได้อย่างสะดวกและเป็นปัจจุบัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผลการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร โดยในปี 2568 มีการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ SHE-MS Software ดังนี้

  • ปรับปรุง Risk Assessment Module ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ISO 45001
  • ปรับปรุงรูปแบบการอนุมัติและพัฒนาฟังก์ชั่นการออกรายงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการจัดทำรายงานให้กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำหน่วยงาน
  • เพิ่มโครงสร้างหน่วยงานเพื่อขยายขอบเขตการใช้งานไปยังบริษัท โอสถสภา โรจนะ จำกัด

นอกจากนี้ โอสถสภายังให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร โดยเน้นที่การเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน การส่งเสริมสุขภาวะและการดูแลพนักงาน การรับมือกับโรคระบาดและเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

โอสถสภากำหนดให้ทุกหน่วยงานทบทวนและปรับปรุงแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี โดยครอบคลุมเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เช่น แผนควบคุมเหตุไฟไหม้และอพยพหนีไฟ แผนควบคุมการรั่วไหลของสารเคมี แผนป้องกันอุทกภัย แผนตอบโต้กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว แผนป้องกันการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และแผนตอบโต้กรณีเกิดเหตุฝุ่นระเบิด เป็นต้น โดยแต่ละหน่วยงานต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งดำเนินการฝึกซ้อมให้ครบถ้วนตามแผนที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและลดความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนหนดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์ควบคุมและเก็บกู้สารเคมี รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันอุทกภัย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

ในด้านการส่งเสริมสุขภาวะและการดูแลสุขภาพพนักงาน บริษัทฯ เน้นเชิงป้องการและเชิงบริหารจัดการความเสี่ยง โดยงส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีบริการด้านอาชีวอนามัยโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือพยาบาลประจำสถานประกอบการ พร้อมจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี และการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของลักษณะงาน

บริษัทฯ ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการควบคุมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดเหตุ โดยมีการทบทวนและปรับปรุงแผนควบคุมโรคของแต่ละหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการจัดฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เช่น การฝึกซ้อมเพื่อควบคุมกรณีมีเหตุโรคฝีดาษวานรแพร่ระบาด และการฝึกซ้อมผ่านการจำลองสถานการณ์ภายในห้องประชุม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และกระบวนการตอบสนองอย่างเป็นระบบ

โอสถสภาจัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม ตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานของบริษัท ให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเข้าใจในหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน

จำนวนพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมดที่ได้รับการอบรมในปี 2568
คน
จำนวนชั่วโมงการอบรมทั้งหมดในปี 2568
ชั่วโมง

หมายเหตุ: พนักงานและผู้รับเหมาบางท่านเข้าร่วมอบรมมากกว่า 1 หลักสูตร

หลักสูตร จำนวนชั่วโมงการอบรมทั้งหมด จำนวนพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมดที่ได้รับการอบรม

หลักสูตรตามกฎหมาย

  • หลักสูตรความปลอดภัยฯ สำหรับพนักงานใหม่ก่อนเริ่มงาน 6 ชั่วโมง หลักสูตรบุคลากรด้านความปลอดภัยฯ
  • จป. หัวหน้างาน จป. บริหาร คณะกรรมการความปลอดภัยฯ หลักสูตรการป้องกันและตอบโต้เหตุฉุกเฉินฝุ่นระเบิด
  • หลักสูตรการจัดการสารเคมีและเหตุฉุกเฉิน หลักสูตรการป้องกันและตอบโต้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคระบาด
  • หลักสูตรการป้องกันน้ำท่วมและมาตรการรองรับภาวะฉุกเฉินในกรณีน้ำท่วม
  • หลักสูตรการควบคุมและระงับเหตุฉุกเฉินด้านก๊าซธรรมชาติ (GAS NGD) รั่วไหล ลุกไหม้
  • หลักสูตรการควบคุมและระงับเหตุฉุกเฉินด้านหม้อไอน้ำ (Boiler) กรณี Stream รั่วไหล ระเบิดลุกไหม้
  • หลักสูตรก๊าซธรรมชาติ และก๊าซรั่วไหล หลักสูตรการตอบโต้กรณีเกิดแผ่นดินไหว
  • หลักสูตรการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น หลักสูตรโครงการอนุรักษ์การได้ยิน
  • หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัยฯ (การใช้งาน) รถยนต์ รถยกและรถตัก หลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • หลักสูตรดับเพลิงเบื้องต้น
8,546 ชั่วโมง 1,890 คน

หลักสูตรมาตรฐานด้านความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม

  • หลักสูตรการทบทวน ISO 14001:2015 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม
  • หลักสูตรการประเมินบริบทองค์กร ประเด็นภายใน-ภายนอก และผู้มีส่วนได้เสีย
  • หลักสูตรการประเมินความเสี่ยง - Risk Assessment & Environment Aspect
  • หลักสูตรการทบทวน ISO 45001:2018 ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชวีอนามัยและความปลอดภัย
  • หลักสูตรการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management) และ การวิเคราะห์อันตรายกระบวนการผลิต (Process Hazard Analysis PHA)
1,795 ชั่วโมง 676 คน
หลักสูตรมาตรฐานความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม กลุ่ม บริษัท โอสถสภา จำกัด 27,974 ชั่วโมง 2,890 คน
หลักสูตรการใช้งานระบบ SHE-MS Software และหลักสูตรการใช้งานระบบการเบิกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) 208 ชั่วโมง 132 คน

หลักสูตรเกี่ยวกับสุขภาพและอื่นๆ

  • หลักสูตรการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบกิจการ

    • โรควัณโรค (TB)
    • เชื้อโรคเอชไอวี (HIV)
    • ปัญหายาเสพติด
    • โรคจากการสูบบุหรี่
    • โรคจากการประกอบอาชีพ
  • หลักสูตร Environment Training Awareness
2,361 ชั่วโมง 516 คน
รวม 40,884 ชั่วโมง 6,104 คน

การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

โอสถสภามุ่งมั่นดูแลให้พนักงานทุกคน ทั้งในบริษัทฯ และบริษัทย่อยที่ดำเนินงานในทุกตลาด ได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ รวมถึงมีมาตรฐานในการบริหารค่าตอบแทน การบริหารผลงาน และการเลื่อนตำแหน่งภายในองค์กร ทั้งนี้ บริษัทใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการวิเคราะห์และติดตามอัตราการจ่ายค่าตอบแทนของเพศที่แตกต่างกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจถึงการจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน

ค่าตอบแทนมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจและเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาพนักงานที่มีความสามารถ และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ดังนั้น โอสถสภาจึงมีการวิเคราะห์และทบทวนกลยุทธ์ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทชั้นนำอื่น ๆ อีกทั้งยังมีการพิจารณาเปรียบเทียบโครงสร้างค่าจ้างและค่าตอบแทนกับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนที่เหมาะสมเพียงพอ

บริษัทฯ มีการติดตามและบริหารค่าตอบแทนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการสำคัญดังนี้

  1. การติดตามค่าแรงขั้นต่ำ (Minimum Wage Monitoring) โอสถสภาปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบและปรับใช้ค่าแรงขั้นต่ำกับพนักงานทุกระดับ รวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับค่าจ้างที่สอดคล้องกับกฎหมายและเพียงพอต่อการดำรงชีพ
  2. การสำรวจตลาดแรงงาน (Market Survey) ทำการสำรวจและเปรียบเทียบโครงสร้างเงินเดือนกับตลาดแรงงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันของค่าตอบแทน และปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมและบริษัทชั้นนำอื่น ๆ
  3. การทบทวนและพิจารณาโครงสร้างเงินเดือนประจำปี (Annual Salary Structure Review and Approval) ในทุกเดือนมีนาคมของแต่ละปี บริษัทฯ จะดำเนินการทบทวนและพิจารณาโครงสร้างเงินเดือนประจำปีร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการปรับขึ้นเงินเดือน (Salary Raise) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างที่อนุมัติ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังผู้จัดการสายงาน (Line Manager) โดยแนะนำให้พิจารณาการปรับเพิ่มรายบุคคลตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจถึงความเป็นธรรมและความสอดคล้องกับนโยบายด้านค่าตอบแทนขององค์กร

บริษัทฯ มีการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมหลากหลาย อาทิ เงินเดือน โบนัส กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพและประกันชีวิต ทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงาน เงินช่วยเหลือกรณีสมรสและคลอดบุตร เงินช่วยเหลืองานศพสำหรับพนักงานและครอบครัว ของขวัญสำหรับบุตรคนแรก รวมถึงสิทธิการลาหยุดประเภทต่างๆ

โอสถสภามุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน โดยกำหนดโครงสร้างค่าจ้างตามระดับตำแหน่ง ความรับผิดชอบ ทักษะ และผลการปฏิบัติงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ ทั้งนี้ บริษัทติดตามอัตราส่วนค่าตอบแทนระหว่างเพศในตำแหน่งเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุช่องว่างและปรับปรุงแนวทางบริหารค่าตอบแทนให้เป็นธรรม โดยในปี 2568 มีสัดส่วนเงินเดือนมูลฐานและค่าตอบแทนของผู้หญิงและผู้ชายดังนี้

ระดับพนักงาน ค่าตอบแทนเฉลี่ยของผู้หญิง ค่าตอบแทนเฉลี่ยของผู้ชาย สัดส่วนเงินเดือนมูลฐานและค่าตอบแทนของผู้หญิงและผู้ชาย
ระดับผู้บริหารระดับสูง (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) 1,078,000 1,221,800 0.88
ระดับผู้บริหารระดับสูง (เงินเดือนพื้นฐานสิ่งจูงใจเป็นเงินสดอื่นๆ) 1,108,000 1,221,800 0.91
ระดับบริหาร (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) 197,100 213,200 0.92
ระดับบริหาร (เงินเดือนพื้นฐานและสิ่งจูงใจเป็นเงินสดอื่นๆ) 206,200 223,100 0.92
ระดับพนักงานทั่วไป (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) 33,000 23,700 1.39

การดำเนินการด้านการจัดการชั่วโมงการทำงาน

การทำงานล่วงเวลา

โอสถสภาปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านแรงงานอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องจำนวนชั่วโมงการทำงานสูงสุดและเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม โดยมีมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการทำงานล่วงเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งจัดให้พนักงานได้รับเวลาพักและวันหยุดประจำสัปดาห์ตามสิทธิอย่างครบถ้วน บริษัทฯ มีการติดตามและบริหารจัดการชั่วโมงการทำงานของพนักงาน รวมถึงการทำงานล่วงเวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีระบบควบคุมที่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน ได้แก่

  1. ผู้จัดการสายงาน ได้รับการอบรมและสื่อสารอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานล่วงเวลาของทีมงาน
  2. ฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำสายงาน (HRBP) สื่อสารโดยตรงกับพนักงานที่มีสิทธิทำงานล่วงเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การอบรมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน จัดให้กับพนักงานทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในโครงการทำงานล่วงเวลา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเข้าใจสิทธิของตนเอง

การใช้สิทธิวันลา

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการบริหารสิทธิการลาของพนักงาน โดยติดตามและส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิลาตามที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ผู้จัดการสายงานได้รับการอบรมให้สื่อสารและสนับสนุนให้ทีมใช้สิทธิการลาอย่างเหมาะสม พร้อมกับการส่งอีเมลแจ้งเตือนถึงพนักงานทุกคนเป็นประจำ

สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection)

โอสถสภามุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงให้แก่พนักงาน ผ่านการมอบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานและครอบครัวมีความมั่นคงทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และสังคม โดยมีมาตรการและสิทธิประโยชน์สำคัญดังนี้

1. สิทธิการลา (Leave Benefits)

  • ลาคลอดบุตร: พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดรวม 120 วัน ตามกฎหมายกำหนด โดยบริษัทฯ จ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน 60 วัน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารกในช่วงเวลาสำคัญ
  • ลาช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร: พนักงานชายสามารถลาช่วยเหลือคู่สมรสก่อนและหลังคลอดได้สูงสุด 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน เพื่อส่งเสริมบทบาทครอบครัวในการดูแลบุตร
  • ลาดูแลบุตรมีภาวะความผิดปกติหรือมีความพิการ: พนักงานหญิงสามารถใช้สิทธิลาต่อเนื่องได้ไม่เกิน 15 วัน โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ตลอดระยะเวลาการลา
  • ลาบวช: สนับสนุนพนักงานชายที่ต้องการอุปสมบทตามประเพณีไทย
  • ลากิจส่วนตัว: บริษัทฯ กำหนดสิทธิการลากิจ 7 วันต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานสามารถจัดการภารกิจส่วนตัวได้อย่างเหมาะสม
  • ลาป่วย: พนักงานมีสิทธิลาป่วยตามกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 วันต่อปี และในกรณีเจ็บป่วยร้ายแรง บริษัทฯ สนับสนุนสิทธิการลาเพิ่มเติมอีก 30 วัน

2. การดูแลด้านสุขภาพ (Medical care & Well-being)

  • สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมด้านสุขภาพจิต (Mental Health)
  • บริการ ให้คำปรึกษากับแพทย์ผ่านโทรศัพท์ ทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ มีนัดหมายทุกวันพุธ
  • ห้องพยาบาลในสถานที่ทำงาน มีแพทย์เฉพาะทางหมุนเวียนให้บริการในแต่ละวัน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี และ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน

3. สิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน (Onsite Facilities)

  • ห้องให้นมบุตร สำหรับคุณแม่พนักงาน
  • ห้องละหมาด เพื่อรองรับความหลากหลายทางศาสนา
  • Fitness ภายในบริษัท

4. สหกรณ์ออมทรัพย์ (Employee Savings Cooperative)

โอสถสภาส่งเสริมการออมและการบริหารการเงินของพนักงาน ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยึดหลักการช่วยเหลือและพึ่งพากันภายในกลุ่ม เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน โดยมีบริการ เช่น ฝากเงินดอกเบี้ยสูง สินเชื่อฉุกเฉินสินเชื่อพิเศษ เงินช่วยเหลือในกรณีจำเป็น

5. สโมสรพนักงาน (Employee Club)

พื้นที่สำหรับส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ การออกกำลังกาย และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน

6. ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน (Employee Children Education Support)

ตั้งแต่ปี 2519 โอสถสภามอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงานตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้

7. การช่วยเหลือในภาวะวิกฤติ (Disaster Relief Assistance)

มอบความช่วยเหลือทั้งด้านเงินและสิ่งของให้แก่พนักงานที่ประสบภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ

8. เงินช่วยเหลือการสมรส (Marriage Assistance)

สนับสนุนพนักงานทุกเพศ โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่พนักงานทั้งคู่สมรสต่างเพศและคู่สมรสเพศเดียวกัน เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลาย

คณะกรรมการสวัสดิการ

โอสถสภาสนับสนุนการรวมกลุ่มของพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ โดยคณะกรรมการสวัสดิการมีหน้าที่หลักในการเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งองค์กร 100% ในการสื่อสารและเจรจากับบริษัทฯ เกี่ยวกับการปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับพนักงาน โดยในปี 2568 คณะกรรมการสวัสดิการมีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความผูกพันและตอบสนองความต้องการของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการประชุมร่วมกับตัวแทนบริษัทฯ ทุก 3 เดือน เพื่อสะท้อนความต้องการของพนักงานและการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงาน การจัดกิจกรรมสำหรับพนักงาน การให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และการเพิ่มสวัสดิการดูแลสุขภาพจิต (Mental Health) พร้อมจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เช่น การแข่งขันกีฬา เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและกระชับความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งจากการพัฒนาและกิจกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์แก่พนักงานทั้งองค์กร 100%

การไม่เลือกปฏิบัติ

สัดส่วนพนักงานทั้งหมดจำแนกตามเพศ ประจำปี 2568
ตัวชี้วัดความหลากหลาย ร้อยละ (0-100%) เป้าหมาย
สัดส่วนผู้หญิงในพนักงานทั้งหมด (คิดเป็นร้อยละของพนักงานทั้งหมด) 45% N/A
สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารทั้งหมด รวมทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารทั้งหมด) 57% N/A
สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับต้น หรือระดับการบริหารขั้นแรก (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารระดับต้นทั้งหมด) 57% N/A
สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับสูง โดยอยู่ห่างจาก CEO สูงสุดไม่เกินสองระดับ หรือในตำแหน่งที่เทียบเท่า (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารระดับสูงทั้งหมด) 48% N/A
สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารฝ่ายที่สร้างรายได้ (เช่น ฝ่ายขาย) คิดเป็นร้อยละของผู้จัดการทั้งหมดในฝ่ายดังกล่าว (ไม่รวมฝ่ายสนับสนุน เช่น ฝ่ายบุคคล, ไอที, ฝ่ายกฎหมาย ฯลฯ) 38% N/A
สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ STEM (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่ง STEM ทั้งหมด) 75% N/A
สัดส่วนพนักงานทั้งหมดจำแนกตามสัญชาติ ประจำปี 2568
การจำแนกตามสัญชาติ สัดส่วนในพนักงานทั้งหมด (คิดเป็น % ของพนักงานทั้งหมด) สัดส่วนในตำแหน่งผู้บริหารทั้งหมด รวมถึงระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง (คิดเป็น % ของพนักงานระดับบริหารทั้งหมด)
ไทย 87% 95%
เมียนมาร์ 11% 3%
อินโดนีเซีย 1% 0%
อื่นๆ (ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สหราชอาณาจักร, อิตาลี) 1% 2%
การจ้างงานและสนับสนุนอาชีพแก่ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นไปตามจำนวนที่กำหนดโดยกฎหมายแรงงาน
2566 2567 2568
การจ้างงานผู้พิการรวม (คน) 31 28 30
พนักงานผู้พิการรวม (คน) 4 3 3
ลูกจ้างผู้พิการที่ไม่ใช่พนักงานรวม (คน) 27 25 27