การปฏิบัติด้านแรงงาน
ผลการดำเนินงาน
หลักปฏิบัติด้านแรงงานของโอสถสภา (Code of Conduct)
โอสถสภาตระหนักดีว่าการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานโดยยึดตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ อนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Core Conventions) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โปร่งใสและเคารพในสิทธิของแรงงานในทุกขั้นตอน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ มีความบกพร่องทางร่างกาย ตลอดจนสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติด้านแรงงานแก่พนักงานทุกคนอย่างทั่วถึงและครอบคลุม
บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเปิดกว้างสำหรับพนักงาน พนักงานสัญญาจ้าง คู่สัญญา และแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรี ความเท่าเทียม คุณภาพชีวิต และโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกอบรม การส่งเสริมการเติบโตในสายอาชีพ และการพัฒนาภาวะผู้นำ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ร่วมมือและเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถปรึกษาผู้แทนบริษัทฯ และผู้เชี่ยวชาญ กรณีมีเหตุจำเป็นให้ต้องเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จะแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายเป็นอย่างน้อย
โอกาสที่เท่าเทียมกัน
โอสถสภาดำเนินนโยบายไม่เลือกปฏิบัติในทุกกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการว่าจ้าง การแต่งตั้ง และโยกย้ายตำแหน่งงาน โดยพิจารณาจากความสามารถ คุณสมบัติ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง รวมถึงการเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม โดยปราศจากอคติในด้านเชื้อชาติ เพศ สัญชาติ ศาสนา ความพิการ หรือสถานภาพสมรส
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
โอสถสภาจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่พนักงานทุกคน โดยมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก และการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยระดับสากลอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน ISO 45001 อย่างเคร่งครัด
การปกป้องความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
โอสถสภาเคารพในความเป็นส่วนตัวของพนักงาน โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เงินเดือน ประวัติสุขภาพ และสถานภาพครอบครัว หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
ค่าตอบแทน
โอสถสภามีนโยบายด้านค่าตอบแทนที่มั่นใจได้ว่าพนักงานได้รับค่าจ้างในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการครองชีพ ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด และสามารถจูงใจและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสำหรับงานที่มีมูลค่าเท่ากัน บริษัทฯ จะจ่ายค่าตอบแทนโดยเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกเพศ รวมถึงให้สิทธิรับค่าจ้างเต็มจำนวนในวันหยุดประจำปีและวันหยุดตามกฎหมาย
ชั่วโมงการทำงาน
โอสถสภาปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับชั่วโมงการทำงานสูงสุดและระยะเวลาพักอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ มีมาตรการเพื่อลดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาที่มากเกินไป และพนักงานทุกคนมีสิทธิได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์และประจำปีไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีช่วงพักที่เหมาะสม
การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ
โอสถสภายึดมั่นในสิทธิของแรงงานในการเลือกทำงานโดยสมัครใจ และมีนโยบายห้ามใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก หรือรูปแบบอื่นใดของการบังคับขู่เข็ญ การล่วงละเมิด หรือความรุนแรงในการจ้างงานอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันการใช้แรงงานเด็กและการคุ้มครองสิทธิเด็กในทุกกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าทุกรายต้องปฏิบัติตามคู่มือจริยธรรมและความยั่งยืน (Supplier Code of Conduct) ซึ่งระบุข้อห้ามในการใช้แรงงานเด็กอย่างชัดเจน
หลักการด้านแรงงานของโอสถสภาครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต้องปฏิบัติตาม “แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า” (Supplier Sustainability Code of Conduct) ของบริษัทฯ และคู่ค้าจะต้องรับทราบและลงนามในเอกสารดังกล่าวก่อนเริ่มทำธุรกิจกับโอสถสภา เพื่อให้แน่ใจว่ามีการดำเนินงานด้านแรงงานและสวัสดิการแรงงานอย่างเหมาะสมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ โอสถสภายังส่งเสริมสิทธิและคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวพนักงานอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการด้านสวัสดิการและการสนับสนุนทางสังคม อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงานนและการจัดให้ห้องให้นมบุตร (Lactation Room) เพื่อสนับสนุนคุณแม่ที่ทำงาน ซึ่งสะท้อนแนวปฏิบัติขององค์กรระดับสากลที่ให้ความสำคัญการคุ้มครองสิทธิเด็กและความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของพนักงาน
ในด้านการแสดงความรับผิดชอบและการปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภค บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ โดยระบุข้อความคำเตือนอย่างชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์และสื่อโฆษณาว่าเครื่องดื่มชูกำลังไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกกลุ่ม
การดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
โอสถสภามุ่งมั่นดำเนินการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ภายใต้กรอบมาตรฐาน ISO 45001:2018 โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงเชิงรุกการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด และระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมตามลักษณะงาน บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย เช่น อัตราการบาดเจ็บทุกประเภท (IR) และอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) เพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมทั้งออนไลน์และภาคปฏิบัติ รวมถึงระบบ SHE e-Learning เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กร
บริษัทในกลุ่มบริษัทโอสถสภา 6 โรงงานผ่านการทวนสอบตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 ได้แก่
- บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) โรงงานเครื่องดื่ม คลังสินค้า และสิ่งพิมพ์ อยุธยา
- บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด (โรงงานแป้ง)
- บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด (โรงงานของเหลว)
- บริษัท สยามกลาสอยุธยา จำกัด
- บริษัท สยามกลาส อินดัสทรี จำกัด โรงงานอยุธยา
อัตราการบาดเจ็บทุกประเภท - IR
(กรณี/ล้านชั่วโมงการทำงาน)
| 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| พนักงาน | 3.61 | 2.48 | 2.08 | 2.05 | 1.75 |
| ผู้รับเหมา | 2.20 | 1.39 | 0.59 | 0.20 | 1.00 |
อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน - LTIFR (กรณี/ล้านชั่วโมงการทำงาน)
| 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| พนักงาน | 0.45 | 0.35 | 0.49 | 0.15 | 0.18 |
| ผู้รับเหมา | 0.79 | 0.62 | 0 | 0 | 0.25 |
การเสียชีวิตจากการดำเนินงาน (Fatality)
| 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| พนักงาน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| ผู้รับเหมา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
โอสถสภาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานของพนักงานและคู่ค้า รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานร่วมกับบริษัท ผ่านการส่งเสริมสวัสดิภาพความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานด้วยกิจกรรมต่างๆ การดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยและมาตรฐานความปลอดภัยสากล การจัดอบรมและจัดให้มีช่องทางสื่อสารที่หลากหลาย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างชัดเจนเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในแต่ละระดับขององค์กร ตั้งแต่ฝ่ายบริหารจนถึงระดับปฏิบัติการ บริษัทฯ จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วนขององค์กร ทำหน้าที่กำหนดแนวทาง กำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
โอสถสภากำหนดให้ทุกโรงงานต้องดำเนินการระบุอันตรายและประเมินความความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการทำงานปกติ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงกิจกรรมหรือกระบวนการใหม่ก่อนเริ่มดำเนินการ โดยมีการทบทวนผลการประเมินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐาน ISO 45001 ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความรุนแรงของความเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดให้มีการสอบสวนอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุทุกกรณี โดยวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำอย่างเป็นระบบ
บริษัทฯ มีระบบสนับสนุนการบริหารจัดการความปลอดภัยโดยใช้ซอฟต์แวร์ด้านการจัดการความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (SHE-MS Software) มาใช้ตั้งแต่ปี 2562 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อข้อมูลการดำเนินงานด้าน SHE ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยแต่ละฝ่ายงานสามารถตรวจสอบและติดตามข้อมูลผ่าน SHE-MS Portal ได้อย่างสะดวกและเป็นปัจจุบัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผลการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร โดยในปี 2568 มีการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ SHE-MS Software ดังนี้
- ปรับปรุง Risk Assessment Module ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ISO 45001
- ปรับปรุงรูปแบบการอนุมัติและพัฒนาฟังก์ชั่นการออกรายงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการจัดทำรายงานให้กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำหน่วยงาน
- เพิ่มโครงสร้างหน่วยงานเพื่อขยายขอบเขตการใช้งานไปยังบริษัท โอสถสภา โรจนะ จำกัด
นอกจากนี้ โอสถสภายังให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร โดยเน้นที่การเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน การส่งเสริมสุขภาวะและการดูแลพนักงาน การรับมือกับโรคระบาดและเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย
โอสถสภากำหนดให้ทุกหน่วยงานทบทวนและปรับปรุงแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี โดยครอบคลุมเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เช่น แผนควบคุมเหตุไฟไหม้และอพยพหนีไฟ แผนควบคุมการรั่วไหลของสารเคมี แผนป้องกันอุทกภัย แผนตอบโต้กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว แผนป้องกันการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และแผนตอบโต้กรณีเกิดเหตุฝุ่นระเบิด เป็นต้น โดยแต่ละหน่วยงานต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งดำเนินการฝึกซ้อมให้ครบถ้วนตามแผนที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและลดความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนหนดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์ควบคุมและเก็บกู้สารเคมี รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันอุทกภัย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
ในด้านการส่งเสริมสุขภาวะและการดูแลสุขภาพพนักงาน บริษัทฯ เน้นเชิงป้องการและเชิงบริหารจัดการความเสี่ยง โดยงส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีบริการด้านอาชีวอนามัยโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือพยาบาลประจำสถานประกอบการ พร้อมจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี และการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของลักษณะงาน
บริษัทฯ ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการควบคุมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดเหตุ โดยมีการทบทวนและปรับปรุงแผนควบคุมโรคของแต่ละหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการจัดฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เช่น การฝึกซ้อมเพื่อควบคุมกรณีมีเหตุโรคฝีดาษวานรแพร่ระบาด และการฝึกซ้อมผ่านการจำลองสถานการณ์ภายในห้องประชุม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และกระบวนการตอบสนองอย่างเป็นระบบ
โอสถสภาจัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม ตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานของบริษัท ให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเข้าใจในหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
จำนวนพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมดที่ได้รับการอบรมในปี 2568
จำนวนชั่วโมงการอบรมทั้งหมดในปี 2568
หมายเหตุ: พนักงานและผู้รับเหมาบางท่านเข้าร่วมอบรมมากกว่า 1 หลักสูตร
| หลักสูตร | จำนวนชั่วโมงการอบรมทั้งหมด | จำนวนพนักงานและผู้รับเหมาทั้งหมดที่ได้รับการอบรม |
|---|---|---|
|
หลักสูตรตามกฎหมาย
|
8,546 ชั่วโมง | 1,890 คน |
|
หลักสูตรมาตรฐานด้านความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม
|
1,795 ชั่วโมง | 676 คน |
| หลักสูตรมาตรฐานความปลอดภัยฯ และสิ่งแวดล้อม กลุ่ม บริษัท โอสถสภา จำกัด | 27,974 ชั่วโมง | 2,890 คน |
| หลักสูตรการใช้งานระบบ SHE-MS Software และหลักสูตรการใช้งานระบบการเบิกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) | 208 ชั่วโมง | 132 คน |
|
หลักสูตรเกี่ยวกับสุขภาพและอื่นๆ
|
2,361 ชั่วโมง | 516 คน |
| รวม | 40,884 ชั่วโมง | 6,104 คน |
การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
โอสถสภามุ่งมั่นดูแลให้พนักงานทุกคน ทั้งในบริษัทฯ และบริษัทย่อยที่ดำเนินงานในทุกตลาด ได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ รวมถึงมีมาตรฐานในการบริหารค่าตอบแทน การบริหารผลงาน และการเลื่อนตำแหน่งภายในองค์กร ทั้งนี้ บริษัทใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการวิเคราะห์และติดตามอัตราการจ่ายค่าตอบแทนของเพศที่แตกต่างกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจถึงการจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน
ค่าตอบแทนมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจและเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาพนักงานที่มีความสามารถ และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ดังนั้น โอสถสภาจึงมีการวิเคราะห์และทบทวนกลยุทธ์ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทชั้นนำอื่น ๆ อีกทั้งยังมีการพิจารณาเปรียบเทียบโครงสร้างค่าจ้างและค่าตอบแทนกับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนที่เหมาะสมเพียงพอ
บริษัทฯ มีการติดตามและบริหารค่าตอบแทนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการสำคัญดังนี้
- การติดตามค่าแรงขั้นต่ำ (Minimum Wage Monitoring) โอสถสภาปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบและปรับใช้ค่าแรงขั้นต่ำกับพนักงานทุกระดับ รวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับค่าจ้างที่สอดคล้องกับกฎหมายและเพียงพอต่อการดำรงชีพ
- การสำรวจตลาดแรงงาน (Market Survey) ทำการสำรวจและเปรียบเทียบโครงสร้างเงินเดือนกับตลาดแรงงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันของค่าตอบแทน และปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมและบริษัทชั้นนำอื่น ๆ
- การทบทวนและพิจารณาโครงสร้างเงินเดือนประจำปี (Annual Salary Structure Review and Approval) ในทุกเดือนมีนาคมของแต่ละปี บริษัทฯ จะดำเนินการทบทวนและพิจารณาโครงสร้างเงินเดือนประจำปีร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการปรับขึ้นเงินเดือน (Salary Raise) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างที่อนุมัติ พร้อมทั้งสื่อสารไปยังผู้จัดการสายงาน (Line Manager) โดยแนะนำให้พิจารณาการปรับเพิ่มรายบุคคลตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจถึงความเป็นธรรมและความสอดคล้องกับนโยบายด้านค่าตอบแทนขององค์กร
บริษัทฯ มีการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมหลากหลาย อาทิ เงินเดือน โบนัส กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสุขภาพและประกันชีวิต ทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงาน เงินช่วยเหลือกรณีสมรสและคลอดบุตร เงินช่วยเหลืองานศพสำหรับพนักงานและครอบครัว ของขวัญสำหรับบุตรคนแรก รวมถึงสิทธิการลาหยุดประเภทต่างๆ
โอสถสภามุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน โดยกำหนดโครงสร้างค่าจ้างตามระดับตำแหน่ง ความรับผิดชอบ ทักษะ และผลการปฏิบัติงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ ทั้งนี้ บริษัทติดตามอัตราส่วนค่าตอบแทนระหว่างเพศในตำแหน่งเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุช่องว่างและปรับปรุงแนวทางบริหารค่าตอบแทนให้เป็นธรรม โดยในปี 2568 มีสัดส่วนเงินเดือนมูลฐานและค่าตอบแทนของผู้หญิงและผู้ชายดังนี้
| ระดับพนักงาน | ค่าตอบแทนเฉลี่ยของผู้หญิง | ค่าตอบแทนเฉลี่ยของผู้ชาย | สัดส่วนเงินเดือนมูลฐานและค่าตอบแทนของผู้หญิงและผู้ชาย |
|---|---|---|---|
| ระดับผู้บริหารระดับสูง (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) | 1,078,000 | 1,221,800 | 0.88 |
| ระดับผู้บริหารระดับสูง (เงินเดือนพื้นฐานสิ่งจูงใจเป็นเงินสดอื่นๆ) | 1,108,000 | 1,221,800 | 0.91 |
| ระดับบริหาร (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) | 197,100 | 213,200 | 0.92 |
| ระดับบริหาร (เงินเดือนพื้นฐานและสิ่งจูงใจเป็นเงินสดอื่นๆ) | 206,200 | 223,100 | 0.92 |
| ระดับพนักงานทั่วไป (เฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน) | 33,000 | 23,700 | 1.39 |
การดำเนินการด้านการจัดการชั่วโมงการทำงาน
การทำงานล่วงเวลา
โอสถสภาปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านแรงงานอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องจำนวนชั่วโมงการทำงานสูงสุดและเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม โดยมีมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการทำงานล่วงเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งจัดให้พนักงานได้รับเวลาพักและวันหยุดประจำสัปดาห์ตามสิทธิอย่างครบถ้วน บริษัทฯ มีการติดตามและบริหารจัดการชั่วโมงการทำงานของพนักงาน รวมถึงการทำงานล่วงเวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีระบบควบคุมที่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน ได้แก่
- ผู้จัดการสายงาน ได้รับการอบรมและสื่อสารอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานล่วงเวลาของทีมงาน
- ฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำสายงาน (HRBP) สื่อสารโดยตรงกับพนักงานที่มีสิทธิทำงานล่วงเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
- การอบรมสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน จัดให้กับพนักงานทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในโครงการทำงานล่วงเวลา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเข้าใจสิทธิของตนเอง
การใช้สิทธิวันลา
โอสถสภาให้ความสำคัญกับการบริหารสิทธิการลาของพนักงาน โดยติดตามและส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิลาตามที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ผู้จัดการสายงานได้รับการอบรมให้สื่อสารและสนับสนุนให้ทีมใช้สิทธิการลาอย่างเหมาะสม พร้อมกับการส่งอีเมลแจ้งเตือนถึงพนักงานทุกคนเป็นประจำ
สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection)
โอสถสภามุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงให้แก่พนักงาน ผ่านการมอบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานและครอบครัวมีความมั่นคงทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และสังคม โดยมีมาตรการและสิทธิประโยชน์สำคัญดังนี้
1. สิทธิการลา (Leave Benefits)
- ลาคลอดบุตร: พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดรวม 120 วัน ตามกฎหมายกำหนด โดยบริษัทฯ จ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน 60 วัน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารกในช่วงเวลาสำคัญ
- ลาช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร: พนักงานชายสามารถลาช่วยเหลือคู่สมรสก่อนและหลังคลอดได้สูงสุด 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน เพื่อส่งเสริมบทบาทครอบครัวในการดูแลบุตร
- ลาดูแลบุตรมีภาวะความผิดปกติหรือมีความพิการ: พนักงานหญิงสามารถใช้สิทธิลาต่อเนื่องได้ไม่เกิน 15 วัน โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ตลอดระยะเวลาการลา
- ลาบวช: สนับสนุนพนักงานชายที่ต้องการอุปสมบทตามประเพณีไทย
- ลากิจส่วนตัว: บริษัทฯ กำหนดสิทธิการลากิจ 7 วันต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานสามารถจัดการภารกิจส่วนตัวได้อย่างเหมาะสม
- ลาป่วย: พนักงานมีสิทธิลาป่วยตามกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 วันต่อปี และในกรณีเจ็บป่วยร้ายแรง บริษัทฯ สนับสนุนสิทธิการลาเพิ่มเติมอีก 30 วัน
2. การดูแลด้านสุขภาพ (Medical care & Well-being)
- สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมด้านสุขภาพจิต (Mental Health)
- บริการ ให้คำปรึกษากับแพทย์ผ่านโทรศัพท์ ทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ มีนัดหมายทุกวันพุธ
- ห้องพยาบาลในสถานที่ทำงาน มีแพทย์เฉพาะทางหมุนเวียนให้บริการในแต่ละวัน
- ตรวจสุขภาพประจำปี และ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน
3. สิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน (Onsite Facilities)
- ห้องให้นมบุตร สำหรับคุณแม่พนักงาน
- ห้องละหมาด เพื่อรองรับความหลากหลายทางศาสนา
- Fitness ภายในบริษัท
4. สหกรณ์ออมทรัพย์ (Employee Savings Cooperative)
โอสถสภาส่งเสริมการออมและการบริหารการเงินของพนักงาน ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยึดหลักการช่วยเหลือและพึ่งพากันภายในกลุ่ม เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน โดยมีบริการ เช่น ฝากเงินดอกเบี้ยสูง สินเชื่อฉุกเฉินสินเชื่อพิเศษ เงินช่วยเหลือในกรณีจำเป็น
5. สโมสรพนักงาน (Employee Club)
พื้นที่สำหรับส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ การออกกำลังกาย และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน
6. ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน (Employee Children Education Support)
ตั้งแต่ปี 2519 โอสถสภามอบทุนการศึกษาแก่บุตรของพนักงานตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้
7. การช่วยเหลือในภาวะวิกฤติ (Disaster Relief Assistance)
มอบความช่วยเหลือทั้งด้านเงินและสิ่งของให้แก่พนักงานที่ประสบภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ
8. เงินช่วยเหลือการสมรส (Marriage Assistance)
สนับสนุนพนักงานทุกเพศ โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่พนักงานทั้งคู่สมรสต่างเพศและคู่สมรสเพศเดียวกัน เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลาย

คณะกรรมการสวัสดิการ
โอสถสภาสนับสนุนการรวมกลุ่มของพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ โดยคณะกรรมการสวัสดิการมีหน้าที่หลักในการเป็นตัวแทนของพนักงานทั้งองค์กร 100% ในการสื่อสารและเจรจากับบริษัทฯ เกี่ยวกับการปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับพนักงาน โดยในปี 2568 คณะกรรมการสวัสดิการมีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความผูกพันและตอบสนองความต้องการของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการประชุมร่วมกับตัวแทนบริษัทฯ ทุก 3 เดือน เพื่อสะท้อนความต้องการของพนักงานและการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงาน การจัดกิจกรรมสำหรับพนักงาน การให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และการเพิ่มสวัสดิการดูแลสุขภาพจิต (Mental Health) พร้อมจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เช่น การแข่งขันกีฬา เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและกระชับความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งจากการพัฒนาและกิจกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์แก่พนักงานทั้งองค์กร 100%
การไม่เลือกปฏิบัติ
สัดส่วนพนักงานทั้งหมดจำแนกตามเพศ ประจำปี 2568
| ตัวชี้วัดความหลากหลาย | ร้อยละ (0-100%) | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| สัดส่วนผู้หญิงในพนักงานทั้งหมด (คิดเป็นร้อยละของพนักงานทั้งหมด) | 45% | N/A |
| สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารทั้งหมด รวมทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารทั้งหมด) | 57% | N/A |
| สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับต้น หรือระดับการบริหารขั้นแรก (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารระดับต้นทั้งหมด) | 57% | N/A |
| สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับสูง โดยอยู่ห่างจาก CEO สูงสุดไม่เกินสองระดับ หรือในตำแหน่งที่เทียบเท่า (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่งบริหารระดับสูงทั้งหมด) | 48% | N/A |
| สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารฝ่ายที่สร้างรายได้ (เช่น ฝ่ายขาย) คิดเป็นร้อยละของผู้จัดการทั้งหมดในฝ่ายดังกล่าว (ไม่รวมฝ่ายสนับสนุน เช่น ฝ่ายบุคคล, ไอที, ฝ่ายกฎหมาย ฯลฯ) | 38% | N/A |
| สัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ STEM (คิดเป็นร้อยละของตำแหน่ง STEM ทั้งหมด) | 75% | N/A |
สัดส่วนพนักงานทั้งหมดจำแนกตามสัญชาติ ประจำปี 2568
| การจำแนกตามสัญชาติ | สัดส่วนในพนักงานทั้งหมด (คิดเป็น % ของพนักงานทั้งหมด) | สัดส่วนในตำแหน่งผู้บริหารทั้งหมด รวมถึงระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง (คิดเป็น % ของพนักงานระดับบริหารทั้งหมด) |
|---|---|---|
| ไทย | 87% | 95% |
| เมียนมาร์ | 11% | 3% |
| อินโดนีเซีย | 1% | 0% |
| อื่นๆ (ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สหราชอาณาจักร, อิตาลี) | 1% | 2% |
การจ้างงานและสนับสนุนอาชีพแก่ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นไปตามจำนวนที่กำหนดโดยกฎหมายแรงงาน
| 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|
| การจ้างงานผู้พิการรวม (คน) | 31 | 28 | 30 |
| พนักงานผู้พิการรวม (คน) | 4 | 3 | 3 |
| ลูกจ้างผู้พิการที่ไม่ใช่พนักงานรวม (คน) | 27 | 25 | 27 |