การจัดการของเสีย

การจัดการของเสีย รวมถึงการสูญเสียอาหารและขยะอาหารของโอสถสภา ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการผลิต การบริหารจัดการวัตถุดิบ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เอื้อต่อการลดของเสียและการรีไซเคิล การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และนวัตกรรมด้านการจัดการของเสียมาประยุกต์ใช้ ยังช่วยลดต้นทุนในระยะยาว สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสีย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนขององค์กรในระดับสากล

อย่างไรก็ตาม การจัดการของเสียและขยะอาหารยังเผชิญความท้าทายจากความซับซ้อนของกระบวนการผลิตที่หลากหลาย ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพนักงานและคู่ค้า ตลอดจนข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบการคัดแยกของเสียในบางพื้นที่ นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลการสูญเสียอาหารและขยะอาหารให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ยังต้องอาศัยการพัฒนาระบบติดตามและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน

การจัดการของเสียเป็นหนึ่งประเด็นหลักในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ซึ่งโอสถสภาดำเนินการจัดการของเสียโดยมุ่งเน้นการป้องกันและลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างเหมาะสม และการนำหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอน ควบคู่กับการคัดแยกของเสียอย่างเป็นระบบ และการส่งต่อของเสียไปใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลผ่านพันธมิตรที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ลดการใช้
นำกลับมาใช้ใหม่
รีไซเคิล

กลยุทธ์การดำเนินงาน

โอสถสภาแบ่งการจัดการของเสียออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ การจัดการของเสียอุตสาหกรรมและสำนักงาน และการจัดการการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยมีกลยุทธ์การจัดการดังนี้

การจัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์

เพื่อบรรลุเป้าหมายการจัดการของเสียรวมถึงขยะของเสียอุตสาหกรรมด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ (zero landfill) บริษัทฯ มุ่งลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัดขั้นสุดท้าย ผ่านการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การจัดการการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยดำเนินการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดเก็บ การขนส่งและการกระจายสินค้า จนถึงระดับผู้บริโภค ซึ่งมุ่งลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ บริษัทฯ พัฒนาระบบการจัดเก็บ ติดตาม และทบทวนข้อมูลการสูญเสียอาหารและขยะอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความถูกต้องและความโปร่งใสของข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการประเมินผลและปรับปรุงแนวทางการจัดการของเสียให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนการลดของเสียอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

กิจกรรม/การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน เป้าหมายปี 2568
2564 2565 2566 2567 2568
ไม่มีการกำจัดของเสียจากกระบวนการผลิตและสำนักงานด้วยวิธีการฝังกลบ 100% 100% 100% 100% 76.26% 100%
ปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั้งหมด (ตัน) 12,453.49 13,469.31 12,210.99 12,341.40 11,016.06 12,094.57
ปริมาณการสูญเสียและขยะอาหารที่นำไปใช้ประโยชน์ทางเลือก (ตัน) 9,335.22 10,506.85 9,418.37 8,463.95 8,615.16 8,294.67

การลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

กิจกรรม/การดำเนินงาน 2564 2565 2566 2567 2568
ปริมาณขยะอาหารที่นำไปกำจัด (ตัน) 3,118.28 2,962.46 2,792.63 3,877.45 2,400.90
ความเข้มข้นของการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั้งหมดเทียบกับยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องดื่ม (ตันต่อล้านบาท) 0.137 0.135 0.132 0.175 0.112
ขอบเขตการเก็บข้อมูล: โรงงานผลิตเครื่องดื่มในประเทศไทยและต่างประเทศ 100% 100% 100% 100% 100%

การลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร จำแนกตามวงจรชีวิต

กระบวนการผลิต
19,328.08 ตัน
การจัดเก็บ
66.68 ตัน
การขนส่งและการกระจายสินค้า
44.42 ตัน
ผู้บริโภค
576.87 ตัน
การนำอาหารสูญเสียและขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น
8,615.16 ตัน

การดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อลดของเสีย

โอสถสภากำหนดแนวทางการจัดการของเสียจากกิจกรรมสำนักงานอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง การคัดแยกเพื่อเพิ่มโอกาสในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ ตลอดจนการต่อยอดของเสียให้เกิดคุณค่าในมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน ผ่านการออกแบบโครงการที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2568 โอสถสภาได้ดำเนินโครงการสำคัญด้านการลดและจัดการของเสียจากกิจกรรมสำนักงาน ดังนี้

โครงการวัดปริมาณการสูญเสียอาหาร

บริษัทฯ ได้สร้างขั้นตอนติดตามการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต พร้อมตั้งเป้าหมายลดการสูญเสียลง 2% จากปีก่อนหน้า พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงานเพื่อปรับปรุงระบบการควบคุมคุณภาพและการทดสอบสินค้าเพื่อลดการเก็บตัวอย่างที่ซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน โดยในปี 2568 สามารถลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตได้ 1,325.34 ตัน หรือคิดเป็น 10.74% จากปีก่อนหน้า

โครงการ “แยกแมน”

โอสถสภาดำเนินการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การคัดแยกขยะอย่างถูกต้องภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยติดตามและประเมินผลการคัดแยกขยะของพนักงานรายเดือนตลอดทั้งปี 2568 ผลการประเมินพบว่า สัดส่วนการคัดแยกขยะไม่ถูกต้องลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นของโครงการ สะท้อนถึงการพัฒนาความเข้าใจและพฤติกรรมด้านการจัดการของเสียของพนักงาน

โครงการ “ไม่เทรวม” ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

โอสถสภาร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ ดำเนินโครงการจัดการเศษอาหารจากกิจกรรมสำนักงานอย่างเป็นระบบ โดยพนักงานทำการคัดแยกเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่แม่บ้านจะรวบรวมและนำไปยังจุดพักเศษอาหาร จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจะขนย้ายไปยังพื้นที่สำหรับการผลิตปุ๋ยหมัก ดำเนินกระบวนการหมัก กลับกอง และตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยตามระยะเวลาที่กำหนด ก่อนบรรจุและนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนชุมชนต่อไป โครงการดังกล่าวช่วยลดปริมาณเศษอาหารที่ต้องนำไปกำจัดขั้นสุดท้าย และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

การให้ความรู้เรื่องการจัดการของเสียแก่พนักงาน

เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของการดำเนินงานในระยะยาว โอสถสภาให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพของพนักงานด้านการจัดการของเสีย ผ่านการสื่อสารภายใน การจัดอบรม และกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำแบบสอบถามออนไลน์เพื่อประเมินระดับความรู้ ความเข้าใจ และการนำแนวปฏิบัติไปใช้จริง ผลการประเมินถูกนำมาวิเคราะห์และใช้ในการพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีพนักงานเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืนในทุกระดับขององค์กร