ผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย 2568
% คะแนนการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน
76%
เป้าหมาย 2568
18 hours
จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน
ผลการดำเนินงาน 2568
29.23 hours

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

โอสถสภาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยทั้งของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย เพราะพนักงานเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพันธกิจสู่ความสำเร็จขององค์กร ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย อาทิ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ความหมายของงาน และโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การบริหารทรัพยกรบุคคลเกิดประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเป็น High-Performing Organization

ภายใต้บริบทของความเสี่ยงและความคาดหวังดังกล่าว โอสถสภามองเห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการใช้การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน โอสถสภาจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในการยกระดับทักษะ (Upskilling) และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Reskilling) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของพนักงานให้สามารถปรับตัวต่อการเปลีย่นแปลงของเทคโนโลยีและตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DEI) รวมถึงการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความไว้วางใจ ความผูกพันของพนักงาน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

โอสถสภาบูรณาการการบริหารทรัพยากรบุคคลและการปฎิบัติด้านแรงงานเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา พัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ และรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา การเตรียมความพร้อม และการพัฒนา ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทนและผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อสะท้อนคุณค่าของผลงานและความรับผิดชอบของพนักงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความพึงพอใจ การเรียนรู้ และความก้าวหน้าในอาชีพ นำมาซึ่งความผูกพันของพนักงานกับองค์กรและเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

การส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของพนักงาน

การเสริมสร้างความสามารถของพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจึงมีแนวทางการดำเนินงานโดยมุ่งหวังให้พนักงานสามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดตั้ง OSP Academy ขึ้นเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะและติดตามความสามารถของพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยเน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (70-20-10) ทั้งจากการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ การเรียนผ่านระบบ e-Learning การฝึกสอน และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงผ่านการลงมือปฏิบัติ นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชัน OSP Life และ Development Impact Journey เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็น พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการแสดงศักยภาพของพนักงานอย่างเต็มที่

ในปี 2568 บริษัทได้มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่าน 6 หลักสูตร ดังนี้

หลักสูตรเฉพาะทางแต่ละหน่วยงาน (Functional Program)
ทักษะพื้นฐาน ความรู้ และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับการเป็นพนักงานของโอสถสภา
หลักสูตรเฉพาะทางแต่ละหน่วยงาน (Functional Program)
ทักษะและความรู้ที่สำคัญเพื่อความเป็นเลิศในบทบาทเฉพาะทางและการทำงานข้ามสายงาน
หลักสูตรพัฒนา Soft Skill
ทักษะและแนวคิดที่สำคัญ เน้นการพัฒนาทักษะด้านบุคคลเพื่อความสำเร็จในที่ทำงาน
หลักสูตรทักษะเพื่อการทำงานในอนาคต (Future Readiness Program)
ทักษะ และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หลักสูตรเพื่อความเข้าใจทางธุรกิจ (Business Acumen Program)
ทักษะ ความรู้ที่และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับการเข้าใจบริบททางธุรกิจของบริษัท
หลักสูตรพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Program)
ทักษะ ความรู้ และแนวคิดที่สำคัญในการเป็นผู้นำทีมและขับเคลื่อนผลลัพธ์
2565 2566 2567 2568 เป้าหมายปี 2568
จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน 18.56 19.29 29.56 29.23 18

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

โอสถสภาได้จัดการฝึกอบรบเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานทั้งในระดับหัวหน้างานและระดับปฏิบัติการ ซึ่งในปี 2568 มีโครงการที่สำคัญ ดังนี้

โครงการฝึกอบรม OSP Leadership Way

บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำให้แก่หัวหน้างานระดับ Head of/Specialist โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านการบริหารบุคลากร เช่น การรับพนักงานใหม่ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการให้ผลตอบแทน รวมทั้ง พัฒนาทักษะการบริหารทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 มีผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน (Head of/Specialist) เข้ารับการอบรม 34 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้ช่วยสร้างผู้นำที่สามารถนำความรู้และเครื่องมือไปใช้ในการบริหารทีมได้อย่างมีประสิทธิผล พร้อมทั้งใช้หลักการ Feedback อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณค่าให้อยู่กับองค์กรอย่างยั่งยืน

ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน (Head of/Specialist) เข้ารับการอบรม
34 คน (คิดเป็น 14%)

โครงการฝึกอบรมดังกล่าวมีผลลัพธ์เชิงปริมาณ (numeric outcomes) และผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (non-numeric outcomes) ดังนี้

  • คะแนนด้านความสามารถของผู้จัดการจากผลสำรวจ EES ปี 2025 อยู่ที่ 79% ซึ่งอยู่ในระดับ เป็นไปตามความคาดหวัง (Meet Expectation) และเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ 75%
  • การประหยัดงบประมาณด้านการพัฒนา โดยใช้วิทยากรภายใน:
    • การฝึกอบรมสาธารณะที่มีต้นทุนเฉลี่ย 3,500 บาท/คน สำหรับผู้เข้าอบรม 34 คน ประหยัดงบประมาณได้ 119,000 บาท
    • โครงการฝึกอบรม In-house จำนวน 1 ครั้ง คิดเป็นค่าใช้จ่ายครั้งละ 30,000 บาท รวม 30,000 บาท ประหยัดงบประมาณได้ 30,000 บาท
  • สามารถถ่ายทอดเนื้อหาในการบริหารคนในบริบทของ OSP โดยเฉพาะ (OSP Way) ไม่ใช่เพียงแนวทางทั่วไปในการบริหารคนเท่านั้น ทำให้เกิดความเข้าใจและการนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทองค์กร

โครงการฝึกอบรม Leadership of Tomorrow

บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำยุคใหม่ภายใต้บริบทของโอสถสภา โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้ในหัวข้อ

  1. สร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และความคิดแบบองค์รวม
  2. การขับเคลื่อศักยภาพของทีมงาน
  3. การสื่อสารและโน้มน้าวอย่างมีประสิทธภาพ
  4. การสร้างนวัตกรรม
  5. การดำเนินโครงการ

บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพให้เป็นผู้นำยุคใหม่ที่มีความสามารถทั้งในการบริหารงานและบริหารบุคลากร โดยมุ่งเน้นให้สามารถถ่ายทอดการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและเข้าใจได้ชัดเจน เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งเพิ่มปริมาณผลผลิตขององค์กร โดยในปี 2568 มีเข้าร่วมการอบรม 30 คน คิดเป็น 50% ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานผู้มีศักยภาพ ซึ่งผู้ร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมานำเสนอโครงการผลงานให้กับผู้บริหารได้ตามหลักการวิธีการนำเสนอตามโครงสร้างที่กำหนด เพื่อพัฒนาต่อยอดให้กับองค์กรจำนวน 6 โครงการ

มีเข้าร่วมการอบรม
30 คน (คิดเป็น 50%)

การอบรมเพิ่มทักษะพนักงานที่เข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน (เกษียณอายุและพ้นสภาพการจ้างงาน)

บริษัทฯ จัดอบรม เพิ่มทักษะและแนะนำให้พนักงานมีความรู้และเข้าใจถึงสิทธิและผลประโยชน์หลังเกษียณอายุงานและพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ดังนี้

  1. เรื่องสิทธิและประโยชน์ทางด้านประกันสังคม เช่น

    • สิทธิการใช้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล
    • การยื่นขอรับเงินชราภาพ (เงินบำเหน็จ และเงินบำนาญ)
    • การสมัครประกันสังคมเข้ามาตรา 39 กรณีพนักงานต้องการใช้สิทธิประกันสังคมต่อ
    • สถานที่ยื่น เอกสาร เงื่อนไข รวมถึงช่องทางการติดต่อที่จำเป็นและต้องจัดเตรียมสำหรับการยื่นขอรับประโยชน์ด้านประกันสังคม
  2. สิทธิบัตรทอง พร้อมสิทธิประโยชน์ ให้กับพนักงาน รับทราบเพื่อให้ข้อมูลการในพิจารณาเลือกใช้สิทธิระหว่างการต่อประกันสังคมมาตรา 39 และ สิทธิบัตรทอง

    • ผลประโยชน์
    • ค่าใช้จ่าย
    • เอกสารและช่องทางการติดต่อดำเนินการสิทธิบัตรทอง
  3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ สำหรับพนักงานฯที่เป็นสมาชิก เพื่อจะได้บริหารจัดการเงินออม และสิทธิทางภาษี และประโยชน์ ค่าธรรมเนียมและเอกสารที่พนักงานจะต้องจัดเตรียมที่เกี่ยวข้อง เช่น

    • การคงเงินกองทุนฯ
    • การถอนเงินกองทุนฯ
    • แบบฟอร์ม เงื่อนไข พร้อมทั้ง ช่องทางการติดต่อกับเจ้าหน้าที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  4. ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เช่น

    • ความรู้ด้านภาษีสำหรับพนักงานเกษียณอายุ และ พนักงานที่พ้นสภาพฯ
    • การยื่นภาษีฯ ประจำปี
    • ระยะเวลาและเอกสารทึ่ต้องจัดเตรียม
    • แบบฟอร์มต่างๆรวมถึง ช่องทางการติดต่อสรรพากร

โครงการนักศึกษาฝึกงาน O-Interns

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยดำเนินโครงการนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญในสายงาน โครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดใหม่จากบุคลากรรุ่นใหม่ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรและสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมในระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  • เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทในเรื่อง Employer of Choice
  • สร้าง Talent Pipeline สำหรับองค์กรในระยะยาว
  • เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบริษัทและสถาบันการศึกษา
  • เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต
  • เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงและสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
  • เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและพัฒนาความรับผิดชอบในหน้าที่

โครงการ O-Interns มีระยะเวลายืดหยุ่นตามความต้องการของหน่วยงาน และหลักสูตรของสถาบันการศึกษา โดยมีระยะเวลาฝึกงานตั้งแต่ 2–6 เดือน หรือระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ รูปแบบการฝึกงานหลักประกอบด้วย

  • Summer Internship เช่น ช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม
  • Internship ระยะสั้นและระยะยาว 2–6 เดือน

โครงการ O-Interns เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานในหลากหลายหน่วยงาน ทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่และโรงงาน เช่น ฝ่ายการผลิต และความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา/ ฝ่ายควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพ ฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัล ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กร ฝ่ายการตลาด ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และความยั่งยืน และฝ่ายการเงินและบัญชี เป็นต้น และมีรูปแบบกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่

  • การปฐมนิเทศและการอบรมด้านความปลอดภัย (Safety and Orientation)
  • การเรียนรู้ผ่านการทำโครงการของหน่วยงาน (Project-based Learning)
  • การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงร่วมกับทีม (On-the-job Training)
  • การให้คำแนะนำโดยพี่เลี้ยงหรือหัวหน้างาน (Mentoring/ Coaching)
  • การนำเสนอผลงานหรือโครงการเมื่อสิ้นสุดการฝึกงาน (Final Presentation)
  • กิจกรรมการเรียนรู้ภายในองค์กร เช่น Sharing Session หรือ Workshop

ในปี 2568 โครงการ O-Interns สามารถต่อยอดสู่การจ้างงานจริง โดยมีนักศึกษาฝึกงานจำนวน 3 คน ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำในสายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด การผลิต และนวัตกรรม โครงการ O-Interns มีผลลัพธ์และประโยชน์ดังนี้

ต่อองค์กร ต่อนักศึกษา ต่อสังคม
  • สร้าง Talent Pipeline เพื่อเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่สำหรับการจ้างงานในอนาคต
  • เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะ Employer Branding
  • ได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในองค์กรขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)
  • พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills
  • เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและกำลังคนรุ่นใหม่
  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ
  • สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

การประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างความโปร่งใสเป็นธรรม และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในระดับบุคคลและองค์กรเพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งบริษัทได้นำผลการประเมินการทำงานของพนักงานมาใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดโครงการพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมถึงพิจารณากำหนดค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การบริหารผลการปฏิบัติงาน และการประเมินผลแบบทีม

บริษัทฯ ใช้ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System) เพื่อกำกับการทำงานของพนักงานให้บรรลุเป้าหมายองค์กร ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ และการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม การประเมินดำเนินการปีละ 2 ครั้ง ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกระบวนการสำคัญ ได้แก่

  • การตั้งเป้าหมายต้นปี (Objective Setting) เพื่อให้พนักงานใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและพัฒนาตนเอง
  • การทบทวนผลงานกลางปี (Mid-Year Review) ทบทวนผลการปฏิบัติงานในช่วงกลางปี และติดตามความคืบหน้า เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีกระบวนการสอนงานและการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ (Feedback) จากหัวหน้างานแก่พนักงาน
  • การประเมินปลายปี (Performance Appraisal) เพื่อวัดผลสำเร็จและวางเป้าหมายใหม่

การประเมินผลแบบทีม

บริษัทฯ ได้จัดทำระบบประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีม (Team-based Performance Recognition) โดยกำหนดเป้าหมายทีมและถ่ายทอดสู่พนักงานรายบุคคล พร้อมกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน ระบบการประเมินเน้นการทำงานร่วมกันในทีม โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ยอดขายรวมของทีม
  • อัตราการเติบโตของยอดขายของทีม
  • ประสิทธิภาพและพฤติกรรมในการทำงานของทีม

การประเมินครอบคลุมถึงพนักงานขาย โดยจัดทำเป็นประจำในรูปแบบรายไตรมาสและรายปี เพื่อให้มั่นใจถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทีมและองค์กร

การเพิ่มแรงจูงใจระยะยาวสำหรับพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจและความมั่นคงในระยะยาวให้แก่พนักงาน โดยจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD) เพื่อส่งเสริมการออมและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ พนักงานที่เข้าร่วมกองทุนจะได้รับเงินสมทบจากบริษัทฯ ควบคู่กับการออมเงินของตนเองในรูปแบบการหักเงินสะสมอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างวินัยทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการมีเงินออมก้อนสำหรับอนาคต นอกจากนี้ เงินสะสมในกองทุนยังได้รับการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่สมาชิกสามารถเลือกได้ พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (Employee Retention) สร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้แก่พนักงานในระยะยาว ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างยั่งยืน

2566 2567 2568
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/พนักงานทั้งหมด (%) 74.87% 77.16% 81.67%
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/พนักงานที่มีสิทธิเข้าร่วม (%) 82.26% 85.28% 92.91%

การส่งเสริมความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีแก่พนักงาน

สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานโอสถสภา - จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมและให้สินเชื่อกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป สมาชิกสามารถได้รับประโยชน์ในรูปแบบของดอกเบี้ยการออมและเงินปันผลประจำปีจากการถือหุ้น

สโมสรพนักงานโอสถสภา - นำโดยนายกสโมสรและทีมงานที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงานของบริษัทฯ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร และพนักงานกับพนักงาน ผ่านทางกิจกรรมต่าง ๆ ป้องกันข้อพิพาทแรงงานที่จะเกิดขึ้น โดยส่งเสริมความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้มีบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข นอกจากนี้สโมสรฯ ยังมีหน้าที่จัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่พนักงาน อาทิ ชมรมกีฬา และกิจกรรมอื่น ๆ ตามความสนใจของพนักงาน รวมถึงงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท และกิจกรรมตามประเพณีที่ช่วยส่งเสริมความสามัคคีและวัฒนธรรมอันดีงาม เป็นต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจของพนักงานในการทำงานมากยิ่งขึ้น

Osotspa Club Happy Your Life

5 กิจกรรม

  • New Year Night Party
  • ไหว้พระ 5 วัด
  • สงกรานต์โอสถสภา
  • กฐินสามัคคีโอสถสภา
  • สโมสรพาเที่ยว
  • Retirement Recognition

11 ชมรม

  • ชมรมฟุตบอล
  • ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพ
  • ชมรมจักรยาน
  • ชมรมดนตรี
  • ชมรมกอล์ฟ
  • ชมรมศิลปะ
  • ชมรมแบดมินตัน
  • ชมรมถ่ายภาพ
  • ชมรมปิงปอง
  • ชมรมยิงปืน
  • ชมรมปาเป้า

โครงการองค์กรแห่งความสุข

โอสถสภามุ่งส่งเสริมให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยดำเนินโครงการองค์กรแห่งความสุข หรือ “Happy Workplace” ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง 8 ด้าน ดังนี้

Society
  • การบริจาคโลหิตภายในองค์กร ทุก ๆ 4 เดือน
  • กิจกรรมทำบุญถวายเทียนพรรษา ทอดกฐิน
Family
  • ทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน
  • ห้องให้นมบุตร
  • กิจกรรมส่งเสริมวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันแม่
  • กิจกรรมให้บุตรพนักงานร่วมสนุก
Cost of Living
  • O-Market จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษให้กับพนักงาน
  • ตลาดนัดเพื่อนพนักงาน
  • กิจกรรมตัดผมฟรีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงาน
  • สหกรณ์พนักงาน
Heart
  • กิจกรรมชุมชน เช่น มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • โครงการอาสาสมัครพนักงานในกิจกรรมพิเศษเพื่อสังคม / สิ่งแวดล้อม
  • โครงการ “ปันน้ำใจ ไม่ทิ้งกัน”
Body
  • ห้องฟิตเนส/เทรนเนอร์/ผู้ให้คำแนะนำทางโภชนาการ
  • กิจกรรม OSP ลดอ้วน ลดพุง ลดโรค
  • กิจกรรมกีฬาต่างๆ เช่น แข่งขันฟุตบอล, วิ่ง, ปาเป้า
  • เข้ารักษาพยาบาลทางด้านจิตใจ สามารถเบิกจ่ายได้
  • ปรึกษาแพทย์ออนไลน์
  • บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และตรวจสุขภาพประจำปี
Soul
  • กิจกรรมทางศาสนา
  • การสวดมนต์และทำบุญ
Creativity
  • Co-working Space ให้พื้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน
Relaxation
  • กิจกรรมสำหรับผู้เกษียณอายุ
  • กิจกรรมนวดผ่อนคลาย
  • เกมส์กระดาน (Board Game)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขของพนักงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและความคล่องตัวในการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการและมาตรการหลากหลายรูปแบบที่มุ่งสนับสนุนทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน

บุคลากรกับการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล

เปิดตัวแพลตฟอร์ม O-In-1 บนคลาวด์ ช่วยพนักงานจัดการงานส่วนบุคคลและทีมได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมเชิงบวก รวมถึงระบบมอบรางวัลและยกย่องความสำเร็จของพนักงาน

โครงการ Fast Forward 10X

การจัดการด้านกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมเสริมทักษะบุคลากร และปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ความคล่องตัวในการทำงาน

ใช้แพลตฟอร์ม MS Teams, e-Form และ Office Smart Service Request เพื่อสนับสนุนการทำงานระยะไกล พร้อมโต๊ะทำงาน Hot Desk สำหรับการทำงานที่สำนักงาน และการจ้างงานแบบยืดหยุ่น

การปรับเวลาทำงานยืดหยุ่น

เสริมความยืดหยุ่นด้านเวลาปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2561 และปรับเป็น Work From Home ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงาน

การดูแลบุตรหลานของพนักงาน

มอบทุนการศึกษาบุตรพนักงาน ตั้งแต่ระดับประถมถึงปริญญาตรี ตั้งแต่ปี 2519 เพื่อแบ่งเบาภาระด้านการศึกษา

ห้องให้นมบุตร

จัดพื้นที่สะอาดและปลอดภัยให้พนักงานหญิงสำหรับเก็บน้ำนม เพื่อส่งเสริมสุขอนามัยของแม่และลูก

การจ้างงานแบบพาร์ทไทม์

เปิดโอกาสการจ้างงานยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจและพนักงาน โดยมีข้อตกลงชัดเจนเรื่องเวลาทำงาน ค่าตอบแทน และสวัสดิการ

การสำรวจการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน

การมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจและประสิทธิภาพขององค์กร โอสถสภาจัดทำ “แบบสำรวจประสบการณ์พนักงาน” ทุกปี เพื่อประเมินความพึงพอใจและระบุประเด็นที่ต้องปรับปรุง พัฒนาแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ในปี 2568 มีพนักงาน 91% เข้าร่วมประเมินความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร และมีระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ และความเป็นอยู่ที่ดีที่ 76% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย

2565 2566* 2567 2568 เป้าหมาย ปี 2568
% ของพนักงานที่มีระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ ความเป็นอยู่ที่ดี หรือ eNPS 71 72 75 76 76
% พนักงานที่มีส่วนร่วม 93% 93% 96% 91% 100%

หมายเหตุ: *ในปี 2566 การสำรวจความผูกพันเป็นรูปแบบ Pulse Survey โดยมุ่งเน้นการวัดความน่าเชื่อถือขององค์กร