ผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย 2568
% คะแนนการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน
76%
เป้าหมาย 2568
18 hours
จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน
ผลการดำเนินงาน 2568
29.23 hours

ผลการดำเนินงานด้านทุนมนุษย์

โอสถสภาตระหนักถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ในฐานะปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและการสร้างคุณค่าในระยะยาว บริษัทจึงติดตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital Return on Investment: HC ROI) ควบคู่กับตัวชี้วัดด้านผลิตภาพของทุนมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการสะท้อนคุณค่าที่เกิดจากบุคลากรขององค์กร

ผลตอบแทนจากการลงทุนในทุนมนุษย์

หน่วย: ล้านบาท

2565 2566 2567 2568
รายได้รวม 27,481,874,336 26,644,300,244 27,527,498,660 26,100,981,111
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 25,415,276,580 23,828,519,980 25,462,553,594 21,751,731,070
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรวม 2,585,838,000 2,672,258,000 2,635,698,000 2,484,610,000
ผลลัพธ์ HC ROI หรือ HC ROI ที่คำนวณได้ 1.79 2.05 1.78 2.75
จำนวนพนักงานทั้งหมด 3,542 3,171 2,995 2,357

โอสถสภาประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital Return on Investment: HC ROI) เพื่อสะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการดำเนินงานเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานทั้งหมด โดยคำนวณตามวิธีการที่กำหนดโดย S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)

HC ROI = [รายได้รวม - (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม - ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรวม)] ÷ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรวม

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

โอสถสภาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยทั้งของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย เพราะพนักงานเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพันธกิจสู่ความสำเร็จขององค์กร ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานทั้งในระดับโลกและประเทศไทย อาทิ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ความหมายของงาน และโอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การบริหารทรัพยกรบุคคลเกิดประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเป็น High-Performing Organization

ภายใต้บริบทของความเสี่ยงและความคาดหวังดังกล่าว โอสถสภามองเห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการใช้การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน โอสถสภาจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในการยกระดับทักษะ (Upskilling) และการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Reskilling) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของพนักงานให้สามารถปรับตัวต่อการเปลีย่นแปลงของเทคโนโลยีและตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DEI) รวมถึงการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความไว้วางใจ ความผูกพันของพนักงาน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

โอสถสภาบูรณาการการบริหารทรัพยากรบุคคลและการปฎิบัติด้านแรงงานเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา พัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ และรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การสรรหา การเตรียมความพร้อม และการพัฒนา ตลอดจนการบริหารค่าตอบแทนและผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อสะท้อนคุณค่าของผลงานและความรับผิดชอบของพนักงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความพึงพอใจ การเรียนรู้ และความก้าวหน้าในอาชีพ นำมาซึ่งความผูกพันของพนักงานกับองค์กรและเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

การส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของพนักงาน

การเสริมสร้างความสามารถของพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจึงมีแนวทางการดำเนินงานโดยมุ่งหวังให้พนักงานสามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดตั้ง OSP Academy ขึ้นเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะและติดตามความสามารถของพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยเน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (70-20-10) ทั้งจากการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ การเรียนผ่านระบบ e-Learning การฝึกสอน และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงผ่านการลงมือปฏิบัติ นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชัน OSP Life และ Development Impact Journey เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็น พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการแสดงศักยภาพของพนักงานอย่างเต็มที่

ในปี 2568 บริษัทได้มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่าน 6 หลักสูตร ดังนี้

หลักสูตรเฉพาะทางแต่ละหน่วยงาน (Functional Program)
ทักษะพื้นฐาน ความรู้ และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับการเป็นพนักงานของโอสถสภา
หลักสูตรเฉพาะทางแต่ละหน่วยงาน (Functional Program)
ทักษะและความรู้ที่สำคัญเพื่อความเป็นเลิศในบทบาทเฉพาะทางและการทำงานข้ามสายงาน
หลักสูตรพัฒนา Soft Skill
ทักษะและแนวคิดที่สำคัญ เน้นการพัฒนาทักษะด้านบุคคลเพื่อความสำเร็จในที่ทำงาน
หลักสูตรทักษะเพื่อการทำงานในอนาคต (Future Readiness Program)
ทักษะ และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หลักสูตรเพื่อความเข้าใจทางธุรกิจ (Business Acumen Program)
ทักษะ ความรู้ที่และแนวคิดที่จำเป็นสำหรับการเข้าใจบริบททางธุรกิจของบริษัท
หลักสูตรพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Program)
ทักษะ ความรู้ และแนวคิดที่สำคัญในการเป็นผู้นำทีมและขับเคลื่อนผลลัพธ์
2565 2566 2567 2568 เป้าหมายปี 2568
จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยของพนักงาน 18.56 19.29 29.56 29.23 18
Average amount spent per FTE on training and development Currency: THB - Baht 1,069 3,442.55 3,310.63 5,511.47

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

โอสถสภาได้จัดการฝึกอบรบเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานทั้งในระดับหัวหน้างานและระดับปฏิบัติการ ซึ่งในปี 2568 มีโครงการที่สำคัญ ดังนี้

โครงการฝึกอบรม OSP Leadership Way

บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำให้แก่หัวหน้างานระดับ Head of/Specialist โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านการบริหารบุคลากร เช่น การรับพนักงานใหม่ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการให้ผลตอบแทน รวมทั้ง พัฒนาทักษะการบริหารทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 มีผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน (Head of/Specialist) เข้ารับการอบรม 34 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้ช่วยสร้างผู้นำที่สามารถนำความรู้และเครื่องมือไปใช้ในการบริหารทีมได้อย่างมีประสิทธิผล พร้อมทั้งใช้หลักการ Feedback อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณค่าให้อยู่กับองค์กรอย่างยั่งยืน

ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน (Head of/Specialist) เข้ารับการอบรม
34 คน (คิดเป็น 14%)

โครงการฝึกอบรมดังกล่าวมีผลลัพธ์เชิงปริมาณ (numeric outcomes) และผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (non-numeric outcomes) ดังนี้

  • คะแนนด้านความสามารถของผู้จัดการจากผลสำรวจ EES ปี 2025 อยู่ที่ 79% ซึ่งอยู่ในระดับ เป็นไปตามความคาดหวัง (Meet Expectation) และเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ 75%
  • การประหยัดงบประมาณด้านการพัฒนา โดยใช้วิทยากรภายใน:
    • การฝึกอบรมสาธารณะที่มีต้นทุนเฉลี่ย 3,500 บาท/คน สำหรับผู้เข้าอบรม 34 คน ประหยัดงบประมาณได้ 119,000 บาท
    • โครงการฝึกอบรม In-house จำนวน 1 ครั้ง คิดเป็นค่าใช้จ่ายครั้งละ 30,000 บาท รวม 30,000 บาท ประหยัดงบประมาณได้ 30,000 บาท
  • สามารถถ่ายทอดเนื้อหาในการบริหารคนในบริบทของ OSP โดยเฉพาะ (OSP Way) ไม่ใช่เพียงแนวทางทั่วไปในการบริหารคนเท่านั้น ทำให้เกิดความเข้าใจและการนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทองค์กร

โครงการฝึกอบรม Leadership of Tomorrow

บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำยุคใหม่ภายใต้บริบทของโอสถสภา โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้ในหัวข้อ

  1. สร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และความคิดแบบองค์รวม
  2. การขับเคลื่อศักยภาพของทีมงาน
  3. การสื่อสารและโน้มน้าวอย่างมีประสิทธภาพ
  4. การสร้างนวัตกรรม
  5. การดำเนินโครงการ

บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพให้เป็นผู้นำยุคใหม่ที่มีความสามารถทั้งในการบริหารงานและบริหารบุคลากร โดยมุ่งเน้นให้สามารถถ่ายทอดการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและเข้าใจได้ชัดเจน เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งเพิ่มปริมาณผลผลิตขององค์กร โดยในปี 2568 มีเข้าร่วมการอบรม 30 คน คิดเป็น 50% ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานผู้มีศักยภาพ ซึ่งผู้ร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมานำเสนอโครงการผลงานให้กับผู้บริหารได้ตามหลักการวิธีการนำเสนอตามโครงสร้างที่กำหนด เพื่อพัฒนาต่อยอดให้กับองค์กรจำนวน 6 โครงการ

มีเข้าร่วมการอบรม
30 คน (คิดเป็น 50%)

การอบรมเพิ่มทักษะพนักงานที่เข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน (เกษียณอายุและพ้นสภาพการจ้างงาน)

บริษัทฯ จัดอบรม เพิ่มทักษะและแนะนำให้พนักงานมีความรู้และเข้าใจถึงสิทธิและผลประโยชน์หลังเกษียณอายุงานและพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ดังนี้

  1. เรื่องสิทธิและประโยชน์ทางด้านประกันสังคม เช่น

    • สิทธิการใช้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล
    • การยื่นขอรับเงินชราภาพ (เงินบำเหน็จ และเงินบำนาญ)
    • การสมัครประกันสังคมเข้ามาตรา 39 กรณีพนักงานต้องการใช้สิทธิประกันสังคมต่อ
    • สถานที่ยื่น เอกสาร เงื่อนไข รวมถึงช่องทางการติดต่อที่จำเป็นและต้องจัดเตรียมสำหรับการยื่นขอรับประโยชน์ด้านประกันสังคม
  2. สิทธิบัตรทอง พร้อมสิทธิประโยชน์ ให้กับพนักงาน รับทราบเพื่อให้ข้อมูลการในพิจารณาเลือกใช้สิทธิระหว่างการต่อประกันสังคมมาตรา 39 และ สิทธิบัตรทอง

    • ผลประโยชน์
    • ค่าใช้จ่าย
    • เอกสารและช่องทางการติดต่อดำเนินการสิทธิบัตรทอง
  3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ สำหรับพนักงานฯที่เป็นสมาชิก เพื่อจะได้บริหารจัดการเงินออม และสิทธิทางภาษี และประโยชน์ ค่าธรรมเนียมและเอกสารที่พนักงานจะต้องจัดเตรียมที่เกี่ยวข้อง เช่น

    • การคงเงินกองทุนฯ
    • การถอนเงินกองทุนฯ
    • แบบฟอร์ม เงื่อนไข พร้อมทั้ง ช่องทางการติดต่อกับเจ้าหน้าที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  4. ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เช่น

    • ความรู้ด้านภาษีสำหรับพนักงานเกษียณอายุ และ พนักงานที่พ้นสภาพฯ
    • การยื่นภาษีฯ ประจำปี
    • ระยะเวลาและเอกสารทึ่ต้องจัดเตรียม
    • แบบฟอร์มต่างๆรวมถึง ช่องทางการติดต่อสรรพากร

โครงการนักศึกษาฝึกงาน O-Interns

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยดำเนินโครงการนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญในสายงาน โครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดใหม่จากบุคลากรรุ่นใหม่ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรและสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมในระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  • เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทในเรื่อง Employer of Choice
  • สร้าง Talent Pipeline สำหรับองค์กรในระยะยาว
  • เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบริษัทและสถาบันการศึกษา
  • เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต
  • เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงและสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
  • เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและพัฒนาความรับผิดชอบในหน้าที่

โครงการ O-Interns มีระยะเวลายืดหยุ่นตามความต้องการของหน่วยงาน และหลักสูตรของสถาบันการศึกษา โดยมีระยะเวลาฝึกงานตั้งแต่ 2–6 เดือน หรือระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ รูปแบบการฝึกงานหลักประกอบด้วย

  • Summer Internship เช่น ช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม
  • Internship ระยะสั้นและระยะยาว 2–6 เดือน

โครงการ O-Interns เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานในหลากหลายหน่วยงาน ทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่และโรงงาน เช่น ฝ่ายการผลิต และความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา/ ฝ่ายควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพ ฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัล ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กร ฝ่ายการตลาด ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และความยั่งยืน และฝ่ายการเงินและบัญชี เป็นต้น และมีรูปแบบกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่

  • การปฐมนิเทศและการอบรมด้านความปลอดภัย (Safety and Orientation)
  • การเรียนรู้ผ่านการทำโครงการของหน่วยงาน (Project-based Learning)
  • การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงร่วมกับทีม (On-the-job Training)
  • การให้คำแนะนำโดยพี่เลี้ยงหรือหัวหน้างาน (Mentoring/ Coaching)
  • การนำเสนอผลงานหรือโครงการเมื่อสิ้นสุดการฝึกงาน (Final Presentation)
  • กิจกรรมการเรียนรู้ภายในองค์กร เช่น Sharing Session หรือ Workshop

ในปี 2568 โครงการ O-Interns สามารถต่อยอดสู่การจ้างงานจริง โดยมีนักศึกษาฝึกงานจำนวน 3 คน ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำในสายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด การผลิต และนวัตกรรม โครงการ O-Interns มีผลลัพธ์และประโยชน์ดังนี้

ต่อองค์กร ต่อนักศึกษา ต่อสังคม
  • สร้าง Talent Pipeline เพื่อเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่สำหรับการจ้างงานในอนาคต
  • เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรในฐานะ Employer Branding
  • ได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในองค์กรขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)
  • พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills
  • เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและกำลังคนรุ่นใหม่
  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ
  • สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เครือข่าย ACT Champion - Employee Resource Groups

เชื่อมโยงผู้คน เรียนรู้ร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน

บริษัทฯ เชื่อว่าการพัฒนาพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการฝึกอบรม แต่ยังเกิดขึ้นผ่าน การทำงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน

ACT Champion Network ทำหน้าที่เป็น Employee Resource Group ที่เชื่อมโยงพนักงานจากหน่วยธุรกิจและสายงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรม ACT ได้แก่ Achievement, Consumer Focus และ Teamwork แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกัน

บทบาทของ ACT Champion

1. นำและบูรณาการวัฒนธรรม ACT

ACT Champions ทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อออกแบบ พัฒนา และดำเนินกิจกรรมและแนวทางการสื่อสารที่ส่งเสริมวัฒนธรรม ACT ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร

2. เป็น Champion และตัวแทนของ BU/Function

ACT Champions มีบทบาทในการนำและส่งเสริมวัฒนธรรม ACT ภายใน BU/Function ของตนเอง ผ่านการเป็นผู้นำกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการนำ ACT ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เพื่อนร่วมงาน

3. ร่วมอำนวยการเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วม

ACT Champions มีส่วนร่วมในการเปิดตัวและส่งเสริมวัฒนธรรม ACT อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ACT Culture Workshop และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนมุมมอง และเรียนรู้ร่วมกัน

เรียนรู้ผ่านการทำงานร่วมกัน

ACT Champion Network เปิดโอกาสให้พนักงานจาก BU/Function ที่หลากหลาย ได้ทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำแนวทางที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ภายในหน่วยงานของตนเอง

การร่วมกันจัดกิจกรรมและ ACT Culture Workshop ยังช่วยให้ ACT Champions ได้พัฒนาทักษะที่สำคัญจากการลงมือปฏิบัติและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น การสื่อสาร การอำนวยการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การทำงานร่วมกันข้ามสายงาน

การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

การประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างความโปร่งใสเป็นธรรม และสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในระดับบุคคลและองค์กรเพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งบริษัทได้นำผลการประเมินการทำงานของพนักงานมาใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดโครงการพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมถึงพิจารณากำหนดค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การบริหารผลการปฏิบัติงาน และการประเมินผลแบบทีม

บริษัทฯ ใช้ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System) เพื่อกำกับการทำงานของพนักงานให้บรรลุเป้าหมายองค์กร ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ และการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม การประเมินดำเนินการปีละ 2 ครั้ง ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกระบวนการสำคัญ ได้แก่

  • การตั้งเป้าหมายต้นปี (Objective Setting) เพื่อให้พนักงานใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและพัฒนาตนเอง
  • การทบทวนผลงานกลางปี (Mid-Year Review) ทบทวนผลการปฏิบัติงานในช่วงกลางปี และติดตามความคืบหน้า เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีกระบวนการสอนงานและการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ (Feedback) จากหัวหน้างานแก่พนักงาน
  • การประเมินปลายปี (Performance Appraisal) เพื่อวัดผลสำเร็จและวางเป้าหมายใหม่

การประเมินผลแบบทีม

บริษัทฯ ได้จัดทำระบบประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีม (Team-based Performance Recognition) โดยกำหนดเป้าหมายทีมและถ่ายทอดสู่พนักงานรายบุคคล พร้อมกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน ระบบการประเมินเน้นการทำงานร่วมกันในทีม โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ยอดขายรวมของทีม
  • อัตราการเติบโตของยอดขายของทีม
  • ประสิทธิภาพและพฤติกรรมในการทำงานของทีม

การประเมินครอบคลุมถึงพนักงานขาย โดยจัดทำเป็นประจำในรูปแบบรายไตรมาสและรายปี เพื่อให้มั่นใจถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของทีมและองค์กร

การเพิ่มแรงจูงใจระยะยาวสำหรับพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจและความมั่นคงในระยะยาวให้แก่พนักงาน โดยจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD) เพื่อส่งเสริมการออมและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ พนักงานที่เข้าร่วมกองทุนจะได้รับเงินสมทบจากบริษัทฯ ควบคู่กับการออมเงินของตนเองในรูปแบบการหักเงินสะสมอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างวินัยทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการมีเงินออมก้อนสำหรับอนาคต นอกจากนี้ เงินสะสมในกองทุนยังได้รับการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่สมาชิกสามารถเลือกได้ พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (Employee Retention) สร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้แก่พนักงานในระยะยาว ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างยั่งยืน

2566 2567 2568
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/พนักงานทั้งหมด (%) 74.87% 77.16% 81.67%
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/พนักงานที่มีสิทธิเข้าร่วม (%) 82.26% 85.28% 92.91%

การส่งเสริมความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีแก่พนักงาน

สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานโอสถสภา - จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมและให้สินเชื่อกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป สมาชิกสามารถได้รับประโยชน์ในรูปแบบของดอกเบี้ยการออมและเงินปันผลประจำปีจากการถือหุ้น

สโมสรพนักงานโอสถสภา - นำโดยนายกสโมสรและทีมงานที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงานของบริษัทฯ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร และพนักงานกับพนักงาน ผ่านทางกิจกรรมต่าง ๆ ป้องกันข้อพิพาทแรงงานที่จะเกิดขึ้น โดยส่งเสริมความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้มีบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข นอกจากนี้สโมสรฯ ยังมีหน้าที่จัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่พนักงาน อาทิ ชมรมกีฬา และกิจกรรมอื่น ๆ ตามความสนใจของพนักงาน รวมถึงงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท และกิจกรรมตามประเพณีที่ช่วยส่งเสริมความสามัคคีและวัฒนธรรมอันดีงาม เป็นต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจของพนักงานในการทำงานมากยิ่งขึ้น

Osotspa Club Happy Your Life

5 กิจกรรม

  • New Year Night Party
  • ไหว้พระ 5 วัด
  • สงกรานต์โอสถสภา
  • กฐินสามัคคีโอสถสภา
  • สโมสรพาเที่ยว
  • Retirement Recognition

11 ชมรม

  • ชมรมฟุตบอล
  • ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพ
  • ชมรมจักรยาน
  • ชมรมดนตรี
  • ชมรมกอล์ฟ
  • ชมรมศิลปะ
  • ชมรมแบดมินตัน
  • ชมรมถ่ายภาพ
  • ชมรมปิงปอง
  • ชมรมยิงปืน
  • ชมรมปาเป้า

โครงการองค์กรแห่งความสุข

โอสถสภามุ่งส่งเสริมให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยดำเนินโครงการองค์กรแห่งความสุข หรือ “Happy Workplace” ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง 8 ด้าน ดังนี้

Society
  • การบริจาคโลหิตภายในองค์กร ทุก ๆ 4 เดือน
  • กิจกรรมทำบุญถวายเทียนพรรษา ทอดกฐิน
Family
  • ทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน
  • ห้องให้นมบุตร
  • กิจกรรมส่งเสริมวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันแม่
  • กิจกรรมให้บุตรพนักงานร่วมสนุก
Cost of Living
  • O-Market จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษให้กับพนักงาน
  • ตลาดนัดเพื่อนพนักงาน
  • กิจกรรมตัดผมฟรีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงาน
  • สหกรณ์พนักงาน
Heart
  • กิจกรรมชุมชน เช่น มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • โครงการอาสาสมัครพนักงานในกิจกรรมพิเศษเพื่อสังคม / สิ่งแวดล้อม
  • โครงการ “ปันน้ำใจ ไม่ทิ้งกัน”
Body
  • ห้องฟิตเนส/เทรนเนอร์/ผู้ให้คำแนะนำทางโภชนาการ
  • กิจกรรม OSP ลดอ้วน ลดพุง ลดโรค
  • กิจกรรมกีฬาต่างๆ เช่น แข่งขันฟุตบอล, วิ่ง, ปาเป้า
  • เข้ารักษาพยาบาลทางด้านจิตใจ สามารถเบิกจ่ายได้
  • ปรึกษาแพทย์ออนไลน์
  • บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และตรวจสุขภาพประจำปี
Soul
  • กิจกรรมทางศาสนา
  • การสวดมนต์และทำบุญ
Creativity
  • Co-working Space ให้พื้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมการแข่งขันความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน
Relaxation
  • กิจกรรมสำหรับผู้เกษียณอายุ
  • กิจกรรมนวดผ่อนคลาย
  • เกมส์กระดาน (Board Game)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขของพนักงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและความคล่องตัวในการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการและมาตรการหลากหลายรูปแบบที่มุ่งสนับสนุนทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน

บุคลากรกับการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล

เปิดตัวแพลตฟอร์ม O-In-1 บนคลาวด์ ช่วยพนักงานจัดการงานส่วนบุคคลและทีมได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมเชิงบวก รวมถึงระบบมอบรางวัลและยกย่องความสำเร็จของพนักงาน

โครงการ Fast Forward 10X

การจัดการด้านกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมเสริมทักษะบุคลากร และปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ความคล่องตัวในการทำงาน

ใช้แพลตฟอร์ม MS Teams, e-Form และ Office Smart Service Request เพื่อสนับสนุนการทำงานระยะไกล พร้อมโต๊ะทำงาน Hot Desk สำหรับการทำงานที่สำนักงาน และการจ้างงานแบบยืดหยุ่น

การปรับเวลาทำงานยืดหยุ่น

เสริมความยืดหยุ่นด้านเวลาปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2561 และปรับเป็น Work From Home ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงาน

การดูแลบุตรหลานของพนักงาน

มอบทุนการศึกษาบุตรพนักงาน ตั้งแต่ระดับประถมถึงปริญญาตรี ตั้งแต่ปี 2519 เพื่อแบ่งเบาภาระด้านการศึกษา

ห้องให้นมบุตร

จัดพื้นที่สะอาดและปลอดภัยให้พนักงานหญิงสำหรับเก็บน้ำนม เพื่อส่งเสริมสุขอนามัยของแม่และลูก

การจ้างงานแบบพาร์ทไทม์

เปิดโอกาสการจ้างงานยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจและพนักงาน โดยมีข้อตกลงชัดเจนเรื่องเวลาทำงาน ค่าตอบแทน และสวัสดิการ

การสำรวจการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน

การมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจและประสิทธิภาพขององค์กร โอสถสภาจัดทำ “แบบสำรวจประสบการณ์พนักงาน” ทุกปี เพื่อประเมินความพึงพอใจและระบุประเด็นที่ต้องปรับปรุง พัฒนาแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ในปี 2568 มีพนักงาน 91% เข้าร่วมประเมินความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร และมีระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ และความเป็นอยู่ที่ดีที่ 76% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย

2565 2566* 2567 2568 เป้าหมาย ปี 2568
% ของพนักงานที่มีระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ ความเป็นอยู่ที่ดี หรือ eNPS 71 72 75 76 76
% พนักงานที่มีส่วนร่วม 93% 93% 96% 91% 100%

หมายเหตุ: *ในปี 2566 การสำรวจความผูกพันเป็นรูปแบบ Pulse Survey โดยมุ่งเน้นการวัดความน่าเชื่อถือขององค์กร