การจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
การจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
การขับเคลื่อนบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งในด้านต้นทุนวัสดุรีไซเคิลและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าวัสดุทั่วไปขึ้น ความจำเป็นในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านรีไซเคิลให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้บริโภคในการแยกขยะและนำกลับมาใช้ใหม่อย่างถูกต้อง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเกิดผลอย่างมั่นคงและไม่กระทบต่อคุณภาพสินค้าและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
เจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต” บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบ การจัดหา การผลิต การใช้ และการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ที่ส่งไปกำจัด
โอสถสภาได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในการขับเคลื่อน Zero Packaging Waste และลดผลกระทบจากบรรจุภัณฑ์ โดยตั้งเป้าหมายให้ บรรจุภัณฑ์ 100% สามารถนำกลับมารีไซเคิล นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้ภายในปี 2573 ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการตอบสนองต่ออุตสาหกรรมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทจะเพิ่มเติมเป้าหมายเชิงปริมาณระดับกลุ่มบริษัทในการ ลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลง 15% ภายในปี 2567 ยกเลิกการใช้พลาสติกที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ภายในปี 2568 ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์หลักและบรรจุภัณฑ์รองที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท
การดำเนินงานด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของโอสถสภามุ่งเน้น 7 แนวทางหลัก ได้แก่
- การลดน้ำหนักและปริมาณบรรจุภัณฑ์
- การเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้
- การเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้
- การลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ไม่จำเป็น
- การเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลโดยเฉพาะวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค
- การสร้างกลไกให้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ถูกเก็บกลับและเข้าสู่ระบบรีไซเคิลจริง
- การจัดสรรทรัพยากรด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทางเลือกและนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า

เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม โอสถสภาจะบูรณาการเป้าหมายดังกล่าวเข้ากับกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดซื้อจัดจ้าง การทำงานร่วมกับคู่ค้า Tier 1 และ Non-Tier 1 การผลิต การกระจายสินค้า และความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น ผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิล หน่วยงานท้องถิ่น พันธมิตรด้านการจัดการของเสีย และผู้บริโภค โดยบริษัทจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องผ่านตัวชี้วัดด้านน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ สัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้/ใช้ซ้ำได้/ย่อยสลายได้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ และอัตราการเก็บกลับหรือการนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลจริง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
โอสถสภาดำเนินการจัดการวัสดุและบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ทั้งในประเทศและระดับสากล ภายใต้นโยบายด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ซึ่งได้รับการรับรองจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
บริษัทฯ นำหลักการ 5Rs มาใช้เป็นกรอบการดำเนินงานตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการปลายทาง ได้แก่
Remove
Reduce
Reusable
Replace
Recycle
กลยุทธ์การดำเนินงาน

ตัดทอนวัสดุส่วนเกินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร (Remove)
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ยกเลิกการใช้ฟิล์ม PVC ในผลิตภัณฑ์ หลากหลายประเภททั้งในกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ เช่น คาลพิส แลคโตะ และ กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล เช่น ทเวลฟ์พลัสครีมอาบน้ำ, เบบี้มายด์ ครีม เบบี้มายด์ โลชั่น รวมถึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นพลาสติกรีไซเคิลเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่าย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์




ลดน้ำหนักหรือขนาดบรรจุภัณฑ์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Reduce)
โอสถสภาวิจัยและพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการใช้พลาสติก แก้ว และกระดาษในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ใหม่และบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดยลดน้ำหนักของขวดแก้ว แต่คงไว้ซึ่งคุณภาพเดิม และต่อยอดการพัฒนาไปใช้กับบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดอีกด้วย
ลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์พลาสติก
ลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์กระดาษ

ส่งเสริมการใช้ซ้ำเพื่อยืดอายุการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ (Reusable)
โอสถสภาส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging Program) ในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อัลตร้ามายด์ บาย เบบี้มายด์ เช่น ครีมอาบน้ำ น้ำยาปรับผ้านุ่มและน้ำยาล้างจาน เบบี้มายด์ เฮลท์ตี้ พลัส เช่น ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ เป็นต้น ซึ่งจำหน่ายในถุงรีฟิลแบบ pouch ลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบแข็งและลดปริมาณวัสดุที่ใช้ต่อหน่วยสินค้า ถุงรีฟิลมีน้ำหนักเบากว่าบรรจุภัณฑ์ขวดอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต การขนส่ง และการเกิดของเสียหลังการใช้งาน บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบถุงรีฟิลยังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถนำขวดเดิมกลับมาใช้ซ้ำได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยืดอายุการใช้งานของบรรจุภัณฑ์หลัก ลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ถุงรีฟิลของเบบี้มายด์จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมลดผลกระทบด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และสนับสนุนการบริโภคอย่างยั่งยืน

ตราสัญลักษณ์ ที่จะแสดงให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึง กระป๋องอลูมิเนียมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างไม่รู้จบ และทำได้อย่างครบวงจรในลักษณะวงจรปิด (Closed loop recycling) ในประเทศไทย


เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Replace)
โอสถสภามีเป้าหมายในการจัดการขยะพลาสติกที่เกิดจากสายการผลิตของบริษัทฯ ขยะพลาสติกจะถูกรวบรวมเพื่อรีไซเคิลและแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ โดยมีบริษัท ยูเนี่ยน เจ.พลัส (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ดูแลกระบวนการทั้งหมดจนถึงขั้นตอนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) จากนั้นเม็ดพลาสติก PCR จะถูกนำมาแปรรูปเป็นฟิล์ม PE แบบหดตัวเพื่อใช้ในการผลิตเครื่องดื่มที่โรงงานผลิตสลากผลิตภัณฑ์ของโอสถสภา ปัจจุบัน บริษัทฯ มีการใช้เม็ดพลาสติก PCR สัดส่วนปริมาณ 30% ในโรงงานผลิตของโอสถสภา ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณการใช้เม็ดพลาสติกใหม่
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมด้านความยั่งยืนผ่านการแสดงสัญลักษณ์ CFR (Carbon Footprint Reduction) บนฉลากกระดาษของผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 สูตร HI VIT B12 เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างโปร่งใสและเป็นรูปธรรม โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการจริงในช่วงประมาณไตรมาสที่ 3 ในปี 2568 และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการบูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

เพิ่มศักยภาพการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ (Recycle)
โอสถสภาแสดงสัญลักษณ์รีไซเคิลบนบรรจุภัณฑ์เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยให้สามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง เพิ่มโอกาสในการนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับบริษัท ไทยเบเวอร์เรจ แคน จำกัด ในโครงการ Aluminium Loop CAN จากกระป๋องหมุนเวียนสู่กระป๋องเพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียมผ่านแบรนด์คาลพิส แลคโตะและเอ็ม-150 สปาร์คกลิ้ง ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยสมบูรณ์ บริษัทฯ เลือกใช้ Aluminium Loop CAN สำหรับผลิตภัณฑ์คาลพิส แลคโตะและชาร์ค ในปี 2568 ปริมาณกระป๋องของโอสถสภาที่ถูกเก็บกลับ จำนวน 29,390,072 กระป๋อง คิดเป็นปริมาณอะลูมิเนียนที่ถูกรีไซเคิล 353.9 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,069 ตันคาร์บอนได-ออกไซด์เทียบเท่า
ความร่วมมือด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (Collaboration)
หลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR)
ความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม
- สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (TIPMSE)
- สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย
- บริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

โครงการส่งขวดแก้วสู่ขวดแก้ว
ความร่วมมือกับลูกค้าและผู้บริโภค
- ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก – ร้านธงฟ้า
- ผู้ให้บริการรถรับส่งมอเตอร์ไซค์
- ชุมชน
- สำนักงานกรุงเทพมหานคร
- กรมควบคุมมลพิษ
- กรมการค้าภายใน

การจัดหาเศษแก้วอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือกับคู่ค้าและผู้จัดจำหน่าย
- วงษ์พาณิชย์ – ผู้รวบรวมและจัดหาขยะรีไซเคิล
โครงการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
ความร่วมมือกับผู้ผลิตและจัดจำหน่าย
- บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด
- บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด
- บริษัท ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค จำกัด

การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ปี 2568
| ประเภทบรรจุภัณฑ์ | ขอบเขตการรายงาน (ร้อยละของต้นทุนขาย) | น้ำหนักรวม (ตัน) | สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและ/ หรือวัสดุที่ได้รับการรับรอง (ร้อยละของน้ำหนักรวม) | เป้าหมายปี 2568 (ร้อยละของน้ำหนักรวม) |
|---|---|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ไม้ กระดาษ และใยธรรมชาติ | 100% | 11,692.66 | 91.34% | 75% |
| บรรจุภัณฑ์โลหะ (เช่น อะลูมิเนียม หรือ เหล็ก) | 100% | 9,760.45 | 26.04% | 75% |
| บรรจุภัณฑ์แก้ว | 100% | 222,710.44 | 100% | 75% |
บรรจุภัณฑ์พลาสติกปี 2568
| 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| น้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด (ตัน) | 6,701.00 | 6,443.00 | 6,790.89 | 6,464.91 |
| สัดส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ (ร้อยละของน้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด) | 0.91 | 0.92 | 0.93 | 0.91 |
| สัดส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ (ร้อยละของน้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด) | 0.00% | 0.00% | 0.00% | 0.00% |
| สัดส่วนปริมาณวัสดุรีไซเคิลที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก (ร้อยละของน้ำหนักรวมของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด) | 0.00% | 2.80% | 2.22% | 1.21% |
| ขอบเขตการรายงาน (ร้อยละของต้นทุนขาย) | 100% | 100% | 100% | 100% |