ผลการดำเนินงาน

เป้าหมายปี 2568
กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของไทย ผลิตโดยมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 6% หรือปราศจากน้ำตาล
100%
เป้าหมายปี 2568
กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม อย่างน้อย 50% ไม่เติมน้ำตาล
≥50%

ปัญหาสุขภาพในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-communicable Diseases: NCDs) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอย่างน้อย 43 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 75% ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก (ข้อมูลปี 2021) โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปีมากถึง18 ล้านคน และกว่าร้อยละ 82 เกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าว คือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคน้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียมในปริมาณสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากขึ้น โดยยังคงคาดหวังคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ใกล้เคียงผลิตภัณฑ์เดิม และราคาที่สามารถเข้าถึงได้

ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional Drinks) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มที่มีบทบาทมากกว่าเพียงการดับกระหาย แต่สามารถมอบคุณประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพ เช่น การบำรุงกำลัง การช่วยระบบย่อยอาหาร หรือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ความสะดวกในการบริโภค ความสามารถในการเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและระดับราคาที่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดกลุ่มนี้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสายรักสุขภาพ

ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุค Modern Diet โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ลดหรือไม่เติมน้ำตาล และยังคงรักษาความอร่อยและความคุ้มค่า เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและประสบการณ์การบริโภคในระยะยาว

โอสถสภากำหนดให้ “การส่งเสริมสุขภาพ โภชนาการ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค” เป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่ม ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการสื่อสารข้อมูลแก่ผู้บริโภค ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ บริษัทฯ เดินหน้าปรับสูตรให้เครื่องดื่มมีน้ำตาลต่ำกว่า 6% รวมถึงเพิ่มสารอาหาร เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ที่ต้องการเสริมสุขภาพเฉพาะด้าน โดยยังคำนึงถึงผลกระทบด้านลบที่อาจกระทบกลุ่มเปราะบาง ซึ่งการปรับลดน้ำตาลนั้นสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว

เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพและโภชนาการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ได้แก่ คณะกรรมการบริษัทฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมของกลยุทธ์สุขภาพและโภชนาการให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนขององค์กร ผู้บริหารระดับสูง รับผิดชอบการกำหนดทิศทาง นโยบาย และทรัพยากรที่จำเป็น รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน และทีมงานข้ามสายงาน เช่น R&D การตลาด คุณภาพสินค้า และความยั่งยืน ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนา พิจารณา และยืนยันการสื่อสารด้านโภชนาการและสุขภาพให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและสากล แนวทางการจัดการนี้ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านสุขภาพและโภชนาการอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้บริโภคและสังคมอย่างยั่งยืน

โอสถสภาเดินหน้าลดปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องผ่านการปรับปรุงสูตรและพัฒนาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่ต้องการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มสุขภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ในระยะต่อไป บริษัทฯ จะขยายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ลดปริมาณน้ำตาลตามเกณฑ์โภชนาการสากลและแนวทางทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Thailand Healthier Choice) วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรน้ำตาลต่ำ ปราศจากน้ำตาลให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง

นโยบายด้านสุขภาพและโภชนาการของโอสถสภา

โอสถสภามุ่งมั่นยกระดับสุขภาวะของผู้บริโภคผ่านศูนย์นวัตกรรมของบริษัทฯ พัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ควบคู่กับการให้ข้อมูลโภชนาการอย่างโปร่งใส และการใช้ศักยภาพของแบรนด์ในการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ โดยมีหลักการของนโยบายด้านสุขภาพและโภชนาการ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อร่อย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

1
โอสถสภาพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่และปรับปรุงสินค้าเดิมให้ตอบสนองเทรนด์สุขภาพ โดยอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกของตลาดและผู้บริโภค
2
ใช้ศักยภาพการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนความต้องการด้านโภชนาการ เช่น สุขภาพ การพัฒนาสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน และพลังงาน

การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรับผิดชอบ

1
มุ่งลดความเสี่ยงโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ผ่านการลดน้ำตาล พลังงาน และการเสริมสารอาหารที่จำเป็นอย่างเหมาะสม
2

ใช้หลักเกณฑ์การกำหนดคุณค่าทางโภชนาการ (Osotspa Nutritional Criteria) เป็นมาตรฐานพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น

  • น้ำตาล ≤ 5 กรัม/100 มล.
  • พลังงาน ≤ 40 กิโลแคลอรี่/100 มล. (หรือ ≤ 20/10 กิโลแคลอรี่ ตามสูตร)

ทั้งนี้ บริษัทฯ ทบทวนหลักเกณฑ์การกำหนดคุณค่าทางโภชนาการนี้อย่างสม่ำเสมอกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการ (Health & Nutrition Advisory Panel) เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) หน่วยงานสาธารณสุข และมาตรฐานทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)

1
การสื่อสารและการตลาดต้องถูกต้อง โปร่งใส เข้าใจง่าย และไม่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด
2
รับรองว่าผลิตภัณฑ์ของโอสถสภามีความปลอดภัย ได้มาตรฐานด้านโภชนาการ และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในทุกประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยทำงานร่วมกับคู่ค้า ที่ปรึกษา สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐที่มีความน่าเชื่อถือ ออกแบบปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และบริบทการบริโภคของผลิตภัณฑ์ให้ช่วยลดความเสี่ยงจากการบริโภคเกินความจำเป็น มุ่งให้ทางเลือกที่ชัดเจนและรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนการบริโภคอย่างสมดุลและการบริโภคอย่างมีสติ ตามแนวทางส่งเสริมสุขภาพสาธารณะ

การเข้าถึงและความคุ้มค่า

1
ทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านหลากหลายขนาดบรรจุภัณฑ์ ช่วงราคาที่แตกต่าง และหลายช่องทางการจัดจำหน่าย
2
ส่งเสริมความรู้เรื่องสุขภาพและโภชนาการแก่ผู้บริโภคและพนักงาน
3
ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและการสื่อสาร เช่น ช่องทางออนไลน์ การประชาสัมพันธ์ และการบริจาคสินค้า เพื่อเพิ่มความเข้าใจด้านสุขภาพและโภชนาการ

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการของโอสถสภา (OSP Nutrition Advisory Panel)

โอสถสภาจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายด้านสุขภาพและโภชนาการของบริษัทฯ โดยมีบทบาทดังนี้

ให้คำปรึกษาด้านนโยบายสุขภาพและโภชนาการของโอสถสภา
  • ให้คำปรึกษาด้านนโยบายสุขภาพและโภชนาการของโอสถสภา
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายสุขภาพและโภชนาการ การสื่อสาร และการดำเนินงานด้านการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย รวมถึงข้อเสนอการปรับปรุงนโยบายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสุขภาพและโภชนาการระดับประเทศ ระดับสากล และแนวปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับ
  • คำแนะนำทั้งหมดจะถูกจัดทำในรูปแบบบันทึกการประชุมหรือรายงาน พร้อมเหตุผลประกอบ และส่งต่อให้ทีม Health and Nutrition และ Sustainable Development Working Team
  • กรณีคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการปรับนโยบายหรือพันธสัญญาภายนอก ต้องเสนอให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณา
สนับสนุนทีมงานด้วยข้อมูลที่ทันสมัยและเกี่ยวข้อง

ให้ข้อมูลเชิงวิชาการด้านสุขภาพและโภชนาการ เทคโนโลยี ตลาดโลก–ท้องถิ่น แนวโน้มผู้บริโภค รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีม Health and Nutrition Hub และหน่วยงานปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง

ให้คำแนะนำด้านสุขภาพและโภชนาการแก่ฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D)

สนับสนุนทิศทางนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการพัฒนาสูตร โดยส่งมอบคำแนะนำผ่านทีม Health and Nutrition Hub เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านโภชนาการและสุขภาพของบริษัท

สนับสนุนการสร้างความตระหนักด้านสุขภาพและโภชนาการ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ร่วมผลักดันกิจกรรมและการสื่อสารที่ช่วยยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านสุขภาพและโภชนาการ ผ่านช่องทางของบริษัท เช่น เว็บไซต์ความยั่งยืน และแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ

ร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานภายนอก

เข้าร่วมและทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพและโภชนาการในบริบทที่เกิดประโยชน์ร่วมกัน คณะผู้เชี่ยวชาญต้องบันทึกข้อมูลความร่วมมือภายนอกและการประชุมอย่างเป็นทางการทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่ให้และได้รับ โดยเนื้อหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโอสถสภาต้องสอดคล้องกับจรรยาบรรณ (Code of Conduct) และนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลของบริษัท กรณีมีการหารือเพื่อเริ่มความร่วมมือใหม่กับภายนอก ที่อาจส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัท หรือใช้ทรัพยากรอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากประธานคณะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการสร้างความคาดหวังภายนอกที่ไม่เหมาะสม

การจัดการและตระหนักถึงผลกระทบเชิงลบของผลิตภัณฑ์ทั้งแก่ผู้บริโภคและกลุ่มเปราะบาง

โอสถสภาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้มีภาวะสุขภาพเฉพาะ และสตรีมีครรภ์ บริษัทฯ จึงกำกับดูแลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนา การผลิต การตรวจประเมินด้านคุณภาพ การสื่อสารข้อมูล ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

บริษัทฯ มุ่งให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมโดยมีข้อมูลประกอบอย่างเพียงพอและโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลโภชนาการ ปริมาณสารอาหาร คำแนะนำการบริโภคที่เหมาะสม ตลอดจนคำเตือนสำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ การออกแบบปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภคและข้อความสื่อสารบนฉลากได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการบริโภคเกินความจำเป็น และส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอย่างมีสติและปลอดภัยในทุกช่วงวัย ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง M-150 มีการระบุคำเตือนบนฉลากอย่างชัดเจน “ห้ามดื่มเกินวันละ 2 กระป๋อง เนื่องจากอาจทำให้ใจสั่นและนอนไม่หลับ เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค” พร้อมแสดงช่องทางติดต่อสายด่วนผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสอบถามหรือแจ้งข้อกังวลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า

โอสถสภามุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐานมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของพนักงานในทุกกระบวนการผลิต บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดส่งสินค้าคุณภาพในสภาพที่ดีที่สุดและตรงเวลาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและการรับรู้แบรนด์ในตลาด และสร้างความราบรื่นในการทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน บริษัทมีระบบโครงสร้างการดำเนินงานที่เป็นแบบแผนเดียวกันสำหรับโรงงานในเครือทั้งหมด ซึ่งเป็นระบบที่มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานด้านอาหารในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งควบคุมคุณภาพในกระบวนการตลอดวงจรการผลิต ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตและจัดจำหน่าย โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมการผลิตที่แม่นยำ สามารถวิเคราะห์ระดับอันตรายและจุดเกิดวิกฤต รวมทั้ง มีกลไกสำหรับการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ โอสถสภายังได้นำเกณฑ์สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพของประเทศไทย (Thailand Healthier Choice Logo) มาปรับปรุงพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โดยมีตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์ดังกล่าว เช่น เครื่องดื่มคาลพิสโซดากลิ่นมะม่วงพาร์เฟ่ต์ กลิ่นสับปะรดโอกินาว่า และกลิ่นองุ่นเคียวโฮ เครื่องดื่มคาลพิสผสมนมเปรี้ยวกลิ่นเสาวรส และกลิ่นชาแอปเปิ้ล เป็นต้น

ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567* ปี 2568
รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (บาท) 3,877,000,000 3,852,000,000 2,628,000,000 1,775,000,000 369,481,343
รายได้รวมจากผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (บาท) 22,708,622,000 22,020,057,000 21,129,597,000 22,153,901,000 21,422.744,111
% รายได้จากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 17.07% 17.49% 12.43% 8.01% 1.72%

การเข้าถึงยาและการดำเนินงานด้านเภสัชภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบ

การดำเนินงานด้านการเข้าถึงยาและด้านเภสัชภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยชองอาหารและฮาลาล” ของโอสถสภา บริษัทฯ ดำเนินการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาและจัดเตรียมเอกสารการขึ้นทะเบียนให้เป็นไปตามกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยยึดหลักเกณฑ์ ASEAN Common Technical Dossier (ACTD) ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดเตรียมเอกสารกลางสำหรับการขึ้นทะเบียนยาในประเทศสมาชิกอาเซียน แนวทางดังกล่าวช่วยให้การขึ้นทะเบียนเป็นไปในมาตรฐานเดียวกันทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพได้อย่างเท่าเทียม โดยบริษัทฯ มีหลักการดำเนินงานดังนี้

  1. การโฆษณาและทำการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบ – บริษัทฯ ดำเนินการโฆษณาและทำการตลาดผลิตภัณฑ์ยาภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยทุกการสื่อสารหรือโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาของบริษัทฯ ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลมีความถูกต้อง โปร่งใส และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค
  2. ความร่วมมือในอุตสาหกรรมและการแลกเปลี่ยนความรู้ – บริษัทฯ เป็นสมาชิกของกลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยาไทย เพื่อความพึ่งพาตนเองและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันตามมาตรฐานสากล ผ่านความร่วมมือนี้ บริษัทฯ ได้รับข้อมูลอัปเดตกฎหมาย แนวทางการพัฒนายา และองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของ อย. เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยามีความปลอดภัย มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
  3. แนวทางการส่งเสริมการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร – บริษัทฯ ดำเนินการจัดทำฉลากและเอกสารกำกับยาให้สอดคล้องกับข้อมูลในทะเบียนตำรับที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและปลอดภัย นอกจากนี้ สื่อโฆษณาและการสื่อสารการตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาของบริษัทฯ ทุกชิ้นต้องผ่านการอนุมัติจาก อย. ก่อนเผยแพร่เสมอ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้แต่งตั้งเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการให้ทำหน้าที่กำกับดูแลการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการกระจายยาให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของ อย. โดยเภสัชกรดังกล่าวต้องผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ของสภาเภสัชกรรม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 อย่างถูกต้องและเป็นไปตามจรรยาบรรณวิชาชีพ