คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
ผลการดำเนินงาน
อัตราการร้องเรียนของผู้บริโภค ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มลดลง
ความพึงพอใจของลูกค้า
- ในรอบปีรายงาน บริษัทฯ ไม่มีเหตุการณ์ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของสินค้า
- บริษัทฯ ดำเนินการวัดความพึงพอใจของลูกค้าผ่าน Consumer Survey ภายหลังการให้บริการของศูนย์บริการลูกค้า โดยใช้แบบประเมินระดับคะแนน 5 ระดับ (5-point scale) เพื่อสะท้อนประสบการณ์ของลูกค้าอย่างเป็นระบบ
คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเป็นประเด็นสารัตถะที่มีบทบาทสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ชื่อเสียงขององค์กร และความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในประเทศและระดับสากล ในขณะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความโปร่งใสของข้อมูลสินค้า และความรับผิดชอบของผู้ผลิตมากขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ระบบดิจิทัล การตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการใช้ข้อมูลในการควบคุมคุณภาพ เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของสินค้า และเสริมสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันในตลาด โดยอาศัยการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านคุณภาพ (Quality) และนวัตกรรม (Innovation) เพื่อให้การพัฒนาสินค้าและการสื่อสารกับผู้บริโภคเป็นไปอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานและความคาดหวังของผู้บริโภคในระดับสูง ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ บริษัทจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และโปร่งใส เพื่อเปลี่ยนความท้าทายดังกล่าวให้เป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่น เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
แนวทางการบริหารจัดการ
มาตรฐานและการรับรอง

แนวทางการบริหารจัดการ
โอสถสภามุ่งมั่นยึดถือคุณภาพของสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดนโยบายด้านคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานและการตัดสินใจในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ บริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสินค้าดำเนินการบนพื้นฐานของการป้องกันความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพ ไปจนถึงการจัดเก็บและการกระจายสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกประเภทเป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดของตลาด
โอสถสภาบูรณาการระบบการจัดการด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงข้อกำหนดด้าน ฮาลาล เข้ากับกระบวนการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมความตระหนักรู้ และความรับผิดชอบของพนักงาน นอกจากนี้บริษัทยังมีการติดตาม ทบทวน และปรับปรุงระบบการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตรวจประเมินภายในและการรับรองจากหน่วยงานราชการและหน่วยงานภายนอก เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

มาตรฐานและการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยนำแนวปฏิบัติและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ อาทิ หลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิต (Good Hygiene Practices: GHPs) ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมวิกฤต (Hazard Analysis and Critical Control Point: HACCP) มาตรฐานการรับรองความปลอดภัยอาหาร (Food Safety System Certification 22000: FSSC 22000) และมาตรฐานฮาลาล (Halal)
มาตรฐานและแนวปฏิบัติดังกล่าวถูกนำมาใช้ครอบคลุมกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การควบคุมกระบวนการผลิต การจัดการด้านสุขอนามัย ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ได้คุณภาพ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและแนวปฏิบัติในระดับสากล
โรงงานผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทุกแห่งได้รับการรับรองระบบความปลอดภัยด้านอาหาร อาทิ GMP/GHPs HACCP และ FSSC 22000 อย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานและใบรับรอง โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม
| โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม | GHPs | HACCP | Halal | FSSC 22000 |
|---|---|---|---|---|
| 1. โรงงานผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม หัวหมาก กรุงเทพฯ | ||||
| 2. โรงงานผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อยุธยา | ||||
| 3. โรงงานผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม มีนบุรี กรุงเทพฯ | - | |||
| 4. โรงงานผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทิลาวา เมียนมาร์ | - |
นอกจากการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารแล้ว ห้องปฏิบัติการของโอสถสภายังได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.17025 ซึ่งประเมินด้านการจัดการคุณภาพและความน่าเชื่อถือในการรายงานผลการทดสอบ
สำหรับผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกดังต่อไปนี้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) มาตรฐานฮาลาล (Halal) มาตรฐาน ISO 9001 มาตรฐาน ISO 22716 (Good Manufacturing Practices for Cosmetics) มาตรฐาน ISO 14001 (Environmental Management System) และ มาตรฐาน ISO 45001 (Occupational Health and Safety Management)
มาตรฐานและใบรับรอง โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล
| โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล | GMP–Cosmetic (TH & ASEAN) | GMP–Hazardous | Halal (TH) | Halal (MUI) | ISO 9001:2015 | ISO 22716:2007 | ISO 14001 | ISO 45001 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ประเภทของเหลว กรีนสวิลล์ ลาดกระบัง กรุงเทพฯ | - | |||||||
| 2. โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ประเภทแป้ง กรีนสวิลล์ ลาดกระบัง กรุงเทพฯ | - |
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
โอสถสภาให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อสอบถาม และข้อร้องเรียนของผู้บริโภคผ่านช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงได้ และจัดให้มีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนและกระบวนการเรียกคืนผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ข้อกังวลของผู้บริโภคได้รับการดำเนินการและแก้ไขอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงผ่าน ศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) ที่หมายเลข +66 (0) 2351 1111 รวมถึงช่องทางการสื่อสารอื่นที่บริษัทจัดให้ ได้แก่ อีเมล แบบฟอร์มติดต่อออนไลน์บนเว็บไซต์ของโอสถสภา และช่องทางการสื่อสารดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ช่องทางที่เหมาะสมกับความต้องการด้านการสื่อสารและการเข้าถึงบริการของตนเอง สำหรับผู้บริโภคที่ไม่สะดวกใช้บริการผ่านการสื่อสารด้วยเสียง สามารถเลือกใช้ ช่องทางการสื่อสารในรูปแบบข้อความ เช่น อีเมลและแบบฟอร์มติดต่อออนไลน์ (ติดต่อเรา) เพื่อขอรับความช่วยเหลือ สอบถามข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ หรือแจ้งข้อกังวลต่อบริษัทฯ
โอสถสภามุ่งมั่นให้บริการลูกค้าที่สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม รวมถึง ผู้สูงอายุและผู้พิการ เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงความต้องการด้านการสื่อสารและการเข้าถึงบริการของลูกค้าแต่ละราย เช่น การสื่อสารข้อมูลด้วยภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย การให้เวลาเพิ่มเติมในการสื่อสาร และการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมในการเข้าถึงบริการ ทั้งนี้ ในกรณีที่เหมาะสมและภายใต้ข้อกำหนดด้านการยืนยันตัวตน การมอบอำนาจ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกค้าอาจได้รับความช่วยเหลือในการติดต่อผ่าน ผู้แทนหรือผู้ดูแลที่ได้รับอนุญาต
บริษัทฯ มุ่งสื่อสารข้อมูลแก่ลูกค้าในรูปแบบที่ ชัดเจน อ่านง่าย และเข้าใจง่าย พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสในการพัฒนาการเข้าถึงช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บุคลากรที่ได้รับมอบหมายของโอสถสภาอาจเข้าพบลูกค้า ณ สถานที่ของลูกค้าในกรณีที่เหมาะสม เพื่อทำความเข้าใจข้อกังวล รวบรวมข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนการติดตามและแก้ไขปัญหา โดยในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว โอสถสภาคำนึงถึงความต้องการด้านการสื่อสารและการเข้าถึงบริการของลูกค้าแต่ละราย รวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ
ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากผู้บริโภคได้รับการ ทบทวนและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อระบุประเด็นที่เกิดขึ้นซ้ำ ความต้องการของลูกค้า อุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และโอกาสในการปรับปรุง โดยข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องจากลูกค้าจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบตามความเหมาะสม และนำไปใช้ในการพัฒนา กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ บริการ การส่งมอบบริการ และประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้บริโภคสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการของโอสถสภาหรือแจ้งความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมผ่านช่องทางบริการลูกค้าที่บริษัทฯ จัดให้ รวมถึงแบบฟอร์มติดต่อออนไลน์ โดยข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องจะได้รับการทบทวนตามความเหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา การเข้าถึง ความรวดเร็วในการตอบสนอง และคุณภาพการให้บริการลูกค้า อย่างต่อเนื่อง
โอสถสภายังมุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้รับประกาศนียบัตร “ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center): ระดับดีเยี่ยม” จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิผลของกระบวนการรับฟัง แก้ไข และจัดการข้อร้องเรียนของผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 18295-1:2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการบริหารจัดการศูนย์บริการลูกค้า ครอบคลุมกระบวนการทำงาน การพัฒนาบุคลากร และการควบคุมคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินงานตามค่านิยม Consumer Focus เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวอย่างยั่งยืนกับผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้เสีย
เข้าถึงง่ายและครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม
มีช่องทางหลากหลายในการติดต่อและรับบริการ
การดูแลที่คำนึงถึงผู้บริโภค
ให้ความช่วยเหลือตามความต้องการที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นำความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคมาพัฒนาการให้บริการ
มาตรฐานการบริการที่ได้รับการยอมรับ
ได้รับประกาศนียบัตร “ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเยี่ยม และมาตรฐาน ISO 18295-1:2017
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
การยกระดับการบริการลูกค้าด้วยเทคโนโลยี AI
โอสถสภานำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนช่องทางบริการลูกค้าดิจิทัล ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถสอบถามข้อมูล ขอรับความช่วยเหลือ และแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางดังกล่าว โดยขีดความสามารถด้าน AI ช่วยสนับสนุนการประมวลผล การจำแนกประเภท และการส่งต่อคำถามและข้อเสนอแนะของลูกค้าไปยังกระบวนการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการต่ออย่างเหมาะสม
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและส่งต่อข้อมูลจากการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองและยกระดับประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า ทั้งนี้ การนำ AI มาใช้เป็นส่วนเสริมของช่องทางบริการลูกค้าและกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนที่โอสถสภาดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบบูรณาการมากยิ่งขึ้น
ขีดความสามารถด้าน AI ดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบแชตบอตเพื่อการบริการลูกค้าในอนาคต โดยโอสถสภามีแผนเริ่มนำขีดความสามารถดังกล่าวมาใช้ผ่าน OSP Delivery เป็นช่องทางแรกที่เชื่อมต่อกับลูกค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ตลอดจนเป็นพื้นฐานสำหรับการขยายการประยุกต์ใช้ AI ในการบริการลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้องในอนาคต