โอสถสภากับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

การรายงานเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน
ปี 2568
กรณี

หมายเหตุ: กรณีดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขเยียวยาเรียบร้อยแล้ว โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อ "การรายงานเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนและช่องทางการรายงานและแจ้งข้อมูลที่เป็นความลับ"

เป้าหมายและผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

เป้าหมายปี 2568: 100% ของโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัทโอสถสภาทั้งหมด* ตลอดจนคู่ค้าทางธุรกิจ ได้ดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบอย่างรอบด้าน
ผลการดำเนินงาน: 100% ของโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัทโอสถสภาทั้งหมด* ตลอดจนคู่ค้าทางธุรกิจ ได้ดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบอย่างรอบด้าน และไม่พบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ

หมายเหตุ: *การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบริษัทโอสถสภาครอบคลุมโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด 16 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจ

การดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าที่มีความหลากหลายทั้งด้านแรงงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน ทำให้การบริหารจัดการประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของโอสถสภา ความท้าทายสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยงด้านแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงการดูแลกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในบริบทของการจ้างงานทางอ้อม แรงงานข้ามชาติ และการดำเนินงานของคู่ค้าภายนอก ขณะเดียวกัน การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนยังถือเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของของผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการ

โอสถสภาให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดมั่นในหลักการตามแนวทางสากล และกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เสาหลักด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) บริษัทฯ บูรณาการการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับการกำกับดูแลกิจการ ระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เคารพสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ครอบคลุมการกำหนดนโยบาย การประเมินและจัดลำดับความเสี่ยง การกำหนดมาตรการบรรเทาและป้องกันผลกระทบ การมีกลไกการร้องทุกข์ และการติดตามทบทวนประสิทธิผลของมาตรการ โดยกำหนดให้มีการประเมินเชิงลึกทุก 3 ปี และติดตามประเด็นสำคัญอย่างต่อเนื่องตามระดับความเสี่ยง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย หลากหลาย และเท่าเทียม พร้อมมุ่งพัฒนาทรัพยากรบุคคลในทุกระดับ เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนให้เป็นศูนย์ ผ่านการป้องกันเชิงรุก การเยียวยาที่เหมาะสม และการปรับปรุงมาตรการอย่างต่อเนื่อง

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

นโยบายสิทธิมนุษยชนครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า กิจการร่วมค้า การควบรวม/เข้าซื้อ ตลอดจนลูกค้า ผู้บริโภค และชุมชน โดยให้ความสำคัญต่อ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก LGBTQI+ ผู้สูงอายุ คนพิการ แรงงานข้ามชาติ พนักงานบุคคลที่สาม ชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่น ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ มีหลักการสอดคล้องกับนโยบายของประเทศไทย รวมไปถึงมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อันประกอบด้วย

  • พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  • ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR)
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR)
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights: ICESCR)
  • ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact​​: UNGC)
  • หลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP)
  • คำประกาศขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในที่ทำงาน
  • องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในหลักการความมั่นคงและสิทธิมนุษยชนโดยสมัครใจ (Voluntary Principles on Security and Human Rights) มาเป็นแนวทางการบริหารการจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอันได้แก่ การไม่ใช้แรงงานบังคับแรงงานเด็กและการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ ไม่เลือกปฏิบัติและไม่ล่วงละเมิด (รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ) เคารพเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วม ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม สภาพการทำงานที่เหมาะสม ชั่วโมงการทำงาน สุขภาพและความปลอดภัย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว เคารพวัฒนธรรม การเข้าถึงน้ำและการสุขาภิบาล เคารพสิทธิของกลุ่มเปราะบาง ยึดหลักการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและความยินยอมโดยสมัครใจ และไม่ใช้การรักษาความปลอดภัยที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

คณะทำงานด้านความยั่งยืนเป็นผู้กำหนดโครงสร้างและความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลด้านสิทธิมนุษยชน และแนวปฏิบัติด้านแรงงาน หมายรวมถึง การดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ให้ครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีการทบทวนอย่างเป็นระบบทุก 3 ปี ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในรายงานประจำปี และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ การรายงานสถานะของประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญตามระยะเวลาที่กำหนดต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้คณะทำงานด้านความยั่งยืนจะดำเนินการโดยร่วมมือกับทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าผลการดำเนินงานขององค์กรจะเป็นไปตามนโยบาย และข้อกำหนดหรือมาตรฐานสากล ทั้งนี้ บริษัทฯ สื่อสารนโยบายและข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนให้พนักงานและคู่ค้าทราบอย่างทั่วถึง และกำหนดให้คู่ค้าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ รวมถึงเปิดรับการตรวจประเมินตามระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)

โอสถสภาดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงตามกรอบหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (The UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งในกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านจะมีการประเมินประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • แรงงานบังคับ
  • การค้ามนุษย์
  • แรงงานเด็ก
  • เสรีภาพในการรวมกลุ่ม
  • สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม
  • การเลือกปฏิบัติ
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน

ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าโดยการตรวจสอบจะถูกจัดขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเป็นระบบ และมีการทบทวนต่อเนื่องทุก 3 ปีเพื่อให้แน่ใจว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) หมายรวมถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจใหม่ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ HRDD คือการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้การประเมินยังครอบคลุมบริษัทร่วมทุนที่บริษัทฯ ได้บริหารจัดการคู่ค้าลำดับที่ 1 และผู้รับเหมา และบริษัทร่วมทุนที่มีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 10% ที่บริษัทฯ ไม่ได้มีอำนาจในการบริหารจัดการ

ทั้งนี้กระบวนการการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านยังให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบในทางลบจากกิจกรรมของบริษัทฯ การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) นำมาซึ่งการวิเคราะห์และระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงมาตรการควบคุมที่มีอยู่เดิมและการพัฒนามาตรการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังดำเนินการติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิผลของมาตรการป้องกันควบคุมและบรรเทาความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน

กระบวนการ HRDD ของโอสถสภาประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment: HRRA)

การบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์ ESG ของบริษัทฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ มุ่งคุ้มครองคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทร่วมทุน ลูกค้า ผู้บริโภค รวมถึงชุมชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งคำนึงถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือเปราะบาง เช่น สตรีมีครรภ์ กลุ่ม LGBTQI+ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ แรงงานข้ามชาติ ลูกจ้างของคู่สัญญา ชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่น

บริษัทฯ กำหนดขอบเขตในการตรวจสอบระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทุกโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงานในกลุ่มบริษัทโอสถสภา รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกำหนดมาตรการจัดการและกลไกเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment: HRRA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจและตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยครอบคลุมการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่มีอำนาจในการบริหารจัดการ รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ ทบทวนการประเมินเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางธุรกิจ รวมถึงกรณีการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ เพื่อให้สามารถป้องกัน ลดผลกระทบ และกำหนดมาตรการจัดการและกลไกเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผ่านการจัดเวิร์กช็อปกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในองค์กร เพื่อระบุประเด็นผลกระทบที่สำคัญ จัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และพัฒนามาตรการเพิ่มเติมในการบริหารจัดการความเสี่ยง ควบคู่กับการทบทวนเอกสาร นโยบาย และกระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงการคัดกรองคู่ค้าตามระดับความเสี่ยง (risk-based approach) เพื่อระบุประเด็นที่อาจมีผลกระทบต่อผู้ทรงสิทธิ์

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมกิจกรรมดังนี้

1
การจัดหาวัตถุดิบ
2
การผลิต
3
การขนส่งและการกระจายสินค้า
4
การพัฒนาสินค้า การทำการตลาด และการขาย
5
การรีไซเคิลเศษแก้ว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ทรงสิทธิ์

ต่อพนักงาน ต่อคู่ค้าและผู้รับเหมา ต่อชุมชน ต่อคู่ค้าและผู้บริโภค
  • สภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน
  • สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน
  • การเลือกปฏิบัติ และคุกคาม
  • เสรีภาพในการร่วมสมาคม และสิทธิในการต่อรองร่วมกันของพนักงาน
  • การค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ อาทิ การใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก
  • สภาพแวดล้อมในการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • สุขภาพและความปลอดภัยของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • การเลือกปฏิบัติ และคุกคาม
  • เสรีภาพในการร่วมสมาคม และสิทธิในการต่อรองร่วมกันของพนักงาน
  • การค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ อาทิ การใช้แรงงานบังคับและแรงงานเด็ก
  • สุขภาพและความปลอดภัยของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • มาตรฐานการครองชีพของชุมชน อาทิ การเข้าถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ และการสุขาภิบาล
  • สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าและผู้บริโภค
  • การเลือกปฏิบัติ และคุกคาม
  • ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

โอสถสภาได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในปี 2566 โดยครอบคลุมโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมด 100% (13 สถานที่ปฏิบัติการ) ซึ่งได้พบ 5 ประเด็นความเสี่ยงได้แก่ 1) สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน 2) การเลือกปฏิบัติและการคุกคาม 3) มาตรฐานการครองชีพของชุมชน 4) สุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค และ 5) สุขภาพและความปลอดภัยของคู่ค้า และได้กำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงและกลไกควบคุมทั้งภายในและภายนอกเพื่อป้องกันผลกระทบของทุกประเด็นความเสี่ยงอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ จากการประเมินดังกล่าว บริษัทฯ ไม่พบประเด็นความเสี่ยงหรือกรณีการละเมิดสิทธิของชนพื้นเมือง และไม่มีการดำเนินงานในพื้นที่ที่เข้าข่ายเป็นพื้นที่ชนพื้นเมืองตามนิยามที่เกี่ยวข้อง

โดยในปี 2568 โอสถสภายังคงดำเนินการทบทวนและติดตามประเด็นความเสี่ยงหลักเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของมาตรการลดและป้องกันความเสี่ยงที่ได้ดำเนินการไปแล้ว บริษัทฯ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินกระบวนการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างครอบคลุมอีกครั้งในปี 2569

นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงแต่ละประเด็น ผ่านเกณฑ์ระดับความรุนแรงของผลกระทบและโอกาสในการเกิดของความเสี่ยง โดยคำนึงถึงเรื่อง ขนาด ขอบเขต และความสามารถในการเยียวยา ซึ่งจากการประเมินโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมด 100% มี 5 ประเด็นความเสี่ยงที่พบภายในองค์กร โดยบริษัทฯ มีการบริหารจัดการป้องกันการเกิดประเด็นเหล่านี้อย่างเร่งด่วน และกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบเพื่อลดความรุนแรงและ/หรือความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

การคุ้มครองแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ

โอสถสภาให้ความสำคัญสูงสุดต่อการป้องกันแรงงานเด็กและแรงงานบังคับในทุกกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน โดยบูรณาการประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้าและผู้รับเหมา บริษัทฯ ใช้เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานไทย หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNGPs) และมาตรฐานสากลด้านแรงงาน เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ รวมถึงการทำงานภายใต้สภาพที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ ผลการประเมินดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ คู่ค้า และผู้รับเหมาที่มีความเสี่ยงตามการคัดกรอง และ ไม่พบกรณีแรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับในปี 2568 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยมีการดำเนินงานดังนี้

  • กำหนดข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างชัดเจนในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
  • จัดให้มีการตรวจประเมินคู่ค้าที่มีความเสี่ยง
  • ส่งเสริมช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัยและเป็นความลับ

กลไกการเยียวยาหากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โอสถสภาได้มีการทบทวนพันธกรณีตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการข้อร้องเรียนหรือการละเมิดที่อาจเกิดขึ้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการติดตามผลและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในกรณีที่มีการละเมิด พร้อมดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเหมาะสม เช่น การขอโทษ การชดเชย หรือการฟื้นฟู ตลอดจนมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต เพื่อให้การจัดการด้านสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไขในทันที โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ทรงสิทธิที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งการแก้ไขความเสียหายใดที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาดังกล่าวอาจหมายถึงการชดเชยในรูปที่เหมาะสม (เช่น การขอโทษ การชดเชย การฟื้นฟูเยียวยา ทางการเงินหรือที่ไม่ใช่ทางการเงิน) ตลอดจนบทลงโทษและมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การรายงานเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งและรายงานเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการไม่ปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ผ่านหลากหลายช่องทาง โดยผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองตลอดกระบวนการสอบสวน ทั้งนี้ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงมาตรการป้องกันความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนสู่สาธารณะผ่านเว็บไซต์ความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

ช่องทางการรายงานและแจ้งข้อมูลที่เป็นความลับ

แจ้งผ่านผู้บังคับบัญชา
ที่รับผิดชอบโดยตรง
แจ้งผ่าน Hotline
โทร (662) 351-1034
แจ้งผ่านเบอร์กลางของบริษัทฯ
โทร (662) 351-1000 ต่อ 1034
อีเมล
hotline@osotspa.com หรือแจ้งข้อร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ www.osotspa.com
ส่งเรื่องผ่าน กล่องรับเรื่องร้องเรียน
ประจำบริษัทฯ และบริษัทในเครือ
ส่งหนังสือถึง คณะกรรมการตรวจสอบ หรือ บริษัทฯ
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) 348 ถนนรามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

ในปี 2568 เหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวน 1 กรณี บริษัทฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการคุกคามในสถานที่ทำงาน จำนวน 1 กรณี ผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทฯ จึงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการสอบสวนภายใน โดยพิจารณาข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ผลการตรวจสอบพบว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจและนโยบายด้านการป้องกันการคุกคามในสถานที่ทำงาน บริษัทฯ จึงดำเนินการทางวินัยตามระเบียบขององค์กร โดยมีการยุติสัญญาจ้างของผู้กระทำผิด และปิดกรณีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องและผู้ร้องเรียน โดยดำเนินการตามหลักการรักษาความลับและมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

การสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ยึดมั่นตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยห้ามมิให้เกิดการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดโดยเด็ดขาด พร้อมเคารพสิทธิของพนักงานในการจัดตั้งหรือเข้าร่วมสมาคมแรงงาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าบุคลากรคือทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร บริษัทฯ มุ่งสร้างวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี โดยปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม เคารพความเป็นปัจเจกบุคคล และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมการว่าจ้าง แต่งตั้ง และโยกย้าย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว อายุ อัตลักษณ์ทางเพศและเพศวิถี (LGBTQIA+) วัฒนธรรม ชนพื้นเมือง แนวคิดทางการเมือง ความทุพพลภาพ หรือสถานภาพใดๆ รวมถึงไม่มีการบังคับใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย

บริษัทฯ ได้ประเมินความเสี่ยงด้านเสรีภาพในการรวมกลุ่มและสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมครอบคลุมทุกโรงงานและพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงคู่ค้าตามแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยไม่พบการดำเนินงานหรือคู่ค้าที่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นดังกล่าว ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบกรณีการจำกัดเสรีภาพในการรวมกลุ่มหรือการเจรจาต่อรองร่วม และยังคงส่งเสริมช่องทางการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างเหมาะสมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • โครงการ Essential Learning ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและ code of conduct ของบริษัทฯ ผ่านระบบ e-Learning เป็นประจำปีทุกปี โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้าอบรมทุกราย (คิดเป็น 100%)
  • โครงการ MST Live Session "Human Rights” ที่สื่อสารเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยมีพนักงานเข้าร่วม 505 คน โดยผลจากการดำเนินงานพบว่าพนักงานมีความตระหนักและปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย หลากหลาย และเท่าเทียม รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียและสร้างความไว้วางใจจากสาธารณชนอย่างยั่งยืน
  • บริษัทฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผู้รับเหมา และคู่ค้าต้องได้รับการอบรมและรับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า (Supplier Sustainable Code of Conduct) และนโยบายสิทธิมนุษยชนก่อนเริ่ม